โกล์마이닝(GoMining) เปิดตัวโปรโตคอลชำระเงิน ‘GoBTC Pay’ เล็งแก้ข้อจำกัดด้าน ‘การใช้งานจริง’ ของบิตคอยน์(BTC) ด้วยจุดขายอย่าง ‘ชำระเงินทันที’ และ ‘ค่าธรรมเนียมต่ำ’ หวังขยายบทบาทบิตคอยน์สู่การชำระเงินในชีวิตประจำวัน
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) โกล์마이닝จัดงานที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เปิดตัวโปรโตคอลชำระเงินด้วยบิตคอยน์ ‘GoBTC Pay’ บนเลเยอร์หลักของบิตคอยน์ จุดเด่นคือรองรับการชำระแบบทันทีโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมจากฝั่งผู้ใช้ ขณะที่ฝั่งร้านค้ารับภาระค่าธรรมเนียมเพียง ‘0.2%’ ซึ่งต่ำกว่าระบบบัตรเดบิต/เครดิตทั่วไปอย่างชัดเจน
บิตคอยน์(BTC) ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในตลาด มีบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 150 แห่งถือครองบิตคอยน์ และกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตก็เติบโตจนมีขนาดตลาดรวมราว 1 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐเองถือครองบิตคอยน์ราว 328,000 BTC
อย่างไรก็ตาม การใช้บิตคอยน์ในฐานะ ‘สื่อกลางชำระเงินจริง’ ยังจำกัด การทำธุรกรรมบนเชนหลักของบิตคอยน์มักติดปัญหาเรื่องความเร็วและค่าธรรมเนียม จึงไม่เหมาะกับการจ่ายเงินมูลค่าน้อยในชีวิตประจำวัน แม้เครือข่ายสายฟ้า (Lightning Network) จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์นี้ แต่ใช้เวลาร่วม 7 ปีจึงเติบโตสู่ปริมาณธุรกรรมรายเดือนระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยราว 223 ดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่ายังเน้นการโอนระหว่างแพลตฟอร์มมากกว่าการใช้งานเชิงบริโภคจริง
ในสหรัฐ สัดส่วนประชากรที่ถือครองบิตคอยน์อยู่ราว 22% แต่จำนวนธุรกิจที่รองรับการชำระเงินด้วยบิตคอยน์โดยตรงมีเพียงประมาณ 2,300 แห่ง ช่องว่างระหว่างการ ‘ถือครอง’ กับ ‘การใช้งาน’ จึงยังคงกว้าง
‘GoBTC Pay’ พยายามแก้ปัญหาความเร็วของธุรกรรมด้วยโครงสร้างแบบ ‘ชำระเงินบนฐานการขุด’ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานการขุดของโกล์마이닝เองในการยืนยันธุรกรรม ระบบนี้ใช้กลไก ‘มัลติซิก 2-of-3’ ที่มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ใช้ โกล์마이닝 และผู้ให้บริการคัสโต디ภายนอกที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของสินทรัพย์
โกล์마이닝ยังสร้างพูลขุดเฉพาะกิจเพื่อให้ธุรกรรมจาก GoBTC Pay ได้รับลำดับความสำคัญในการบันทึกลงบล็อก โดยตั้งเป้าลดเวลาเคลียร์ธุรกรรมบนเชนจนจบ (final settlement) ให้เหลือราว ‘12 ชั่วโมง’ ภายในสิ้นปี 2026 ความต่างจากผู้ให้บริการชำระเงินคริปโตส่วนใหญ่คือ โกล์마이닝เลือกดูแลกระบวนการสร้างบล็อกเองแทนการพึ่งพูลขุดภายนอก
โครงสร้างดังกล่าวยังเชื่อมต่อเข้ากับระบบ ‘นักขุดดิจิทัล’ ของโกล์마이닝 ผู้ใช้แอปสามารถซื้อและถือครองแฮชเรตที่ถูกโทเค็นไนซ์ เพื่อรับส่วนแบ่งรายได้จากการขุดบิตคอยน์ และในโมเดลใหม่นี้ ค่าธรรมเนียมบางส่วนที่เกิดจาก GoBTC Pay จะถูกนำมาจ่ายเป็นรางวัลเพิ่มเติมให้กับผู้ถือแฮชเรต ทำให้ผู้บริโภค ร้านค้า และนักขุดถูกผูกเข้าด้วยกันผ่าน ‘บิตคอยน์’ ในระบบเดียว
ในมุมของร้านค้า GoBTC Pay โดดเด่นด้าน ‘ต้นทุน’ เมื่อเทียบกับระบบบัตรเดบิต/เครดิต ในสหรัฐ ค่าธรรมเนียมบัตรโดยทั่วไปอยู่ราว 1.5–3.5% ต่อรายการ ขณะที่ GoBTC Pay คิดเพียง 0.2% เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากมีการจ่ายเงิน 100 ดอลลาร์ ร้านค้าจะได้รับจริง 99.80 ดอลลาร์
ค่าธรรมเนียม 0.2% นี้จะถูกนำไปกระจายกลับสู่ระบบนิเวศทั้งหมด โดยครึ่งหนึ่งมอบให้กับนักขุดที่ประมวลผลธุรกรรม อีกครึ่งแบ่งให้กับผู้ให้บริการกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่อการชำระเงิน โกล์마이닝ไม่เก็บส่วนต่างจากธุรกรรมที่เดินผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามเพื่อกระตุ้นให้ผู้ให้บริการวอลเล็ตเข้ามาร่วมระบบ
ร้านค้าสามารถเลือกรับบิตคอยน์(BTC) โดยตรงเข้ากระเป๋าเงินของตัวเอง หรือใช้บริการคัสโตดีของโกล์마이닝เพื่อดูแลการเก็บรักษาและแปลงเป็นเงินเฟียตตามต้องการ ระบบชำระเงินจะถูกขยายไปยังอุปกรณ์ ‘POS เฉพาะ’, แดชบอร์ดเว็บ, ชุดเครื่องมือ SDK สำหรับนักพัฒนา รวมถึงปลั๊กอินสำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify และ WooCommerce
โกล์마이닝ระบุว่าปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 5 ล้านราย และกำลังขยับจากแพลตฟอร์ม ‘เน้นขุด’ มาสู่ระบบนิเวศ ‘เน้นชำระเงิน’ อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการรุกตลาดสหรัฐและการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เชื่อม ‘การขุดบิตคอยน์’ เข้ากับงานประมวลผล AI โดยตั้งเป้าสร้างกำลังประมวลผลรวม 1 กิกะวัตต์ (1GW) ภายในปี 2026
มาร์ก ซาลัน(Mark Zalan) ซีอีโอของโกล์마이닝กล่าวว่า “บิตคอยน์ถูกออกแบบมาในฐานะ ‘เงินอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างบุคคล’ ตั้งแต่ต้น แต่คำสัญญานั้นยังไม่ถูกทำให้สมบูรณ์” พร้อมย้ำว่า “GoBTC Pay ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นจริง”
‘ความคิดเห็น’ ความพยายามของ GoBTC Pay สะท้อนการขยับบทบาทบิตคอยน์จาก ‘แหล่งเก็บมูลค่า’ ไปสู่ ‘สื่อกลางชำระเงินจริง’ อีกครั้ง แต่การจะฝ่าด่านพฤติกรรมผู้ใช้และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบเดิมให้ได้ ยังขึ้นอยู่กับความเร็วในการเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินต่าง ๆ และการขยายฐานร้านค้าที่พร้อมรับบิตคอยน์ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0