Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักวิเคราะห์ชี้ CLARITY Act หนุนกฎหมายคริปโตสหรัฐ เอื้อ XRP(XRP)–สตอรี่เชื่อม BIS ดันกระแสเก็งราคาคึก

นักวิเคราะห์คริปโต Pumpius มองว่า ‘CLARITY Act’ ของสหรัฐเป็น ‘ข่าวดีครั้งใหญ่’ สำหรับ XRP(XRP) เพราะมี ‘ข้อยกเว้นปกป้องนักพัฒนาโอเพ่นซอร์ส’ ที่อาจช่วยหนุนระบบนิเวศของ XRP เลเจอร์โดยตรง ขณะเดียวกันการเชื่อมโยงกับ ‘ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ(BIS)’ ถูกพูดถึงมากขึ้น ทำให้กระแสคาดหวังต่อ ‘XRP’ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของสื่อคริปโตต่างประเทศ Pumpius ระบุผ่าน X ว่า มาตรา 604 ของ ‘CLARITY Act’ ผูกโยงกับกฎหมาย ‘Blockchain Regulatory Certainty Act’ ที่มีเป้าหมายคุ้มครองนักพัฒนาในอุตสาหกรรมคริปโต โดยหัวใจสำคัญคือ นักพัฒนาที่สร้างซอฟต์แวร์บล็อกเชนแบบโอเพ่นซอร์ส แต่ *ไม่ได้ควบคุมหรือจับต้องเงินของผู้ใช้* จะไม่ถูกจัดประเภทเป็น ‘ผู้ให้บริการโอนเงิน (money transmitter)’ ซึ่งเป็นนิยามที่มักนำไปสู่ภาระด้านใบอนุญาตและการกำกับดูแลที่เข้มงวด

Pumpius อธิบายว่า การเขียนโค้ด ‘ไม่ใช่การโอนเงิน’ และการสร้างเครื่องมือ ‘กระเป๋าเงินแบบเซลฟ์คัสโตดี’ หรือการรันโหนดเครือข่าย ก็อยู่ในแนวคิดเดียวกัน หากแนวตีความนี้ถูกใช้จริง ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่กดดันนักพัฒนาบล็อกเชนมานานอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ‘คำ’ เขาย้ำว่าข้อกำหนดนี้อาจกลายเป็น ‘เกราะป้องกันทางกฎหมายที่ทรงพลังที่สุด’ สำหรับบริษัทริ플(Ripple) และ XRP โดยตรง

‘CLARITY Act’ เพิ่งผ่านการลงมติในคณะกรรมการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 15 เสียง ต่อไม่เห็นชอบ 9 เสียง และถูกส่งต่อเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของสภา ตลาดมองว่าก้าวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการ ‘ลดความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐ’ ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้ง ‘XRP’ และกลุ่มอัลท์คอยน์หลักต่างขยับขึ้นตามข่าวดังกล่าว

‘ความคิดเห็น’ หาก CLARITY Act ถูกผลักดันจนมีผลบังคับใช้จริง โครงสร้างการกำกับดูแลแบบใหม่นี้จะช่วยให้โปรเจ็กต์โอเพ่นซอร์ส โดยเฉพาะเครือข่ายระดับอินฟราสตรักเชอร์อย่าง XRP เลเจอร์ สามารถดึงดูดนักพัฒนาและสถาบันได้ง่ายขึ้น เพราะความเสี่ยงทางกฎหมายของผู้เขียนโค้ดและผู้รันโหนดลดลง

ในอีกโพสต์หนึ่งบน X Pumpius ยังอ้างถึงความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ(BIS) โดยอ้างว่าริปเปิลได้มี ‘บุคลากรที่มีอิทธิพล’ เข้าไปมีบทบาทในโครงสร้างของ BIS ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนต่อ ‘การขยายตัวในระดับโลกของ XRP’ เขาอ้างอิงข้อมูลจากบุคคลที่รู้ลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) โดยระบุว่าคนใกล้ชิดของแหล่งข่าวรายนี้เข้ารับตำแหน่งสำคัญภายใน BIS แล้ว

Pumpius มองว่าการโยกย้ายตำแหน่งครั้งนี้ ‘ไม่ใช่แค่การจัดวางเก้าอี้’ แต่เป็นสัญญาณว่าความสามารถของเทคโนโลยีการชำระเงินข้ามแดนของริ플กำลังได้รับการยอมรับในระดับสถาบันการเงินโลก เขายังเชื่อมโยงไปถึงความร่วมมือในญี่ปุ่น โดยเฉพาะโครงการเอสบีไอ ริปเปิล เอเชีย (SBI Ripple Asia) การทดสอบใช้ XRP ในระบบชำระเงินจริง และกระแส ‘โทเคไนซ์สินทรัพย์ (asset tokenization)’ ที่กำลังเติบโตทั่วโลก

‘คำ’ ในมุมมองของเขา ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเสริมภาพว่า XRP อาจกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสภาพคล่องระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่สถาบันการเงินและธนาคารกลางเริ่มมองหาช่องทางใหม่ในการเร่งความเร็วและลดต้นทุนการโอนเงินข้ามพรมแดน

ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap XRP ซื้อขายอยู่บริเวณ 1.48 ดอลลาร์ในวันเดียวกัน เพิ่มขึ้นกว่า 3% ภายใน 24 ชั่วโมง การผสมผสานระหว่าง ‘ความหวังเรื่องความชัดเจนด้านกฎระเบียบในสหรัฐ’ กับ ‘กระแสเชื่อมโยงกับสถาบันระดับโลกอย่าง BIS’ กำลังทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ราคา ‘XRP’ ฟื้นตัวและกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1