ธนาคารกลางอังกฤษจ่อ ‘ผ่อนเกณฑ์สเตเบิลคอยน์’ หลังเจอกระแสต้านจากอุตสาหกรรมคริปโต
ธนาคารกลางอังกฤษ(BoE) กำลังทบทวนการผ่อนปรน ‘เพดานการถือครอง’ และ ‘ข้อกำหนดเงินสำรอง’ สำหรับสเตเบิลคอยน์ หลังร่างกฎเดิมถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเข้มงวดเกินไป จนเสี่ยงบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของตลาดดิจิทัลสินทรัพย์ในอังกฤษ
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘ไฟแนนเชียลไทมส์(FT)’ ซารา เบรเดน รองผู้ว่าการ BoE ยอมรับว่าร่างกฎสเตเบิลคอยน์ของธนาคารกลางอาจ “มีลักษณะ ‘อนุรักษ์นิยมเกินไป’ อยู่บ้าง” ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤศจิกายน BoE เสนอข้อกำหนดให้
- บุคคลธรรมดาถือครองสเตเบิลคอยน์ได้เพียง 1–2 หมื่นปอนด์
- นิติบุคคลถือครองได้สูงสุด 1,000 万ปอนด์
พร้อมกำหนดให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่มีความสำคัญเชิงระบบ ต้องกันเงินสำรองอย่างน้อย 40% ไว้ในรูป ‘เงินฝากสำรองกับธนาคารกลาง’ มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยง ‘ธนาคารแตกตื่น’ หรือการไหลออกของเงินฝากอย่างรวดเร็วที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพการเงิน
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจคริปโตในอังกฤษและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการชำระเงินออกมาโจมตีว่า กรอบดังกล่าวแทบไม่มี ‘ความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติ’ และอาจทำให้อังกฤษสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก ไซมอน เจนนิงส์ จากคณะกรรมการธุรกิจคริปโททรัพย์สินของอังกฤษระบุว่า การบังคับใช้เพดานถือครองในทางปฏิบัติจะต้องอาศัยระบบที่ซับซ้อน เช่น การยืนยันตัวตนดิจิทัลแบบละเอียด หรือการเชื่อมข้อมูลระหว่างกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบเรียลไทม์ ซึ่งทั้งยุ่งยากและมีต้นทุนสูง
‘ความคิดเห็น’ ฝ่ายอุตสาหกรรมมองว่าหากต้องสร้างระบบติดตามการถือครองสเตเบิลคอยน์ระดับบุคคลและบริษัทแบบละเอียด อาจกระทบทั้งความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และทำให้ผู้ประกอบการเลือกย้ายฐานไปประเทศที่มีกฎชัดเจนแต่ยืดหยุ่นกว่า
ไม่ใช่แค่ภาคเอกชนเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติอังกฤษบางส่วนยังแสดงความกังวลว่า กฎสเตเบิลคอยน์ที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้สหราชอาณาจักรตามหลังสหรัฐและสหภาพยุโรป(EU) ในสนามแข่งขัน ‘กฎเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่หลายประเทศเร่งวางตัวเป็นศูนย์กลางการเงินยุคใหม่
เบรเดนระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมชี้ชัดว่าระบบ ‘เพดานการถือครอง’ แบบที่เสนอไว้มี ‘ปัญหาเชิงปฏิบัติในการดำเนินการ’ และย้ำว่า BoE กำลัง “พิจารณาอย่างจริงจังว่าสามารถออกแบบ ‘ทางเลือกอื่น’ ที่เหมาะสมกว่านี้ได้หรือไม่” ธนาคารกลางยังยืนกรานหลักการเดิมว่า สเตเบิลคอยน์ต้องถูกกำกับให้ใกล้เคียง ‘เงินที่ปลอดภัย’ แต่ก็เริ่มหันมาน้ำหนักกับการสร้างกรอบกำกับที่ ‘ตลาดทำงานได้จริง’ มากกว่าการคุมเข้มเพียงด้านเสถียรภาพ
การเปลี่ยนท่าทีครั้งนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะสะท้อน ‘การแข่งขันด้านกฎระเบียบสเตเบิลคอยน์’ ระหว่างประเทศ หากกฎเข้มเกินไป อุตสาหกรรมอาจหลีกเลี่ยงการเข้ามาตั้งฐาน แต่หากกฎผ่อนปรนอย่างมีหลักการ ก็อาจเร่งให้สเตเบิลคอยน์ถูกดึงเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักได้เร็วขึ้น การที่ BoE กลับมาเปิดโต๊ะทบทวนกฎอีกครั้งจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะบ่งชี้ว่าอังกฤษเลือกวางบทบาทตัวเองอย่างไรในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลก
‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุนคริปโต การขยับของ BoE ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าประเทศใหญ่เริ่มยอมรับว่ากรอบกำกับแบบเดิมอาจไม่เหมาะกับนวัตกรรมการเงินใหม่ทั้งหมด และการออกแบบกฎสเตเบิลคอยน์จะกลายเป็นสมรภูมิสำคัญที่กำหนอนว่าเงินดิจิทัลจะผสานเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมได้ลึกแค่ไหนในระยะยาว
ความคิดเห็น 0