ริ플 ‘RLUSD’ เร่งเกมเจาะสถาบัน แม้ปริมาณเทรดชะลอ แต่เดินหน้าอัปเกรดโครงสร้างชำระเงินและคอมพลายเต็มสูบ
ริ플(Ripple) เดินหน้าเร่งให้สเตเบิลคอยน์ ‘RLUSD’ ถูกใช้งานในระดับสถาบันการเงินมากขึ้น แม้ปริมาณธุรกรรมบนเชนจะชะลอตัว แต่บริษัทดันกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มออกโทเคนอัตโนมัติ และเสริม ‘โครงสร้างด้านกำกับดูแล’ เพื่อดึงลูกค้ารายใหญ่ให้เข้ามาใช้ RLUSD เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน
เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ริปเปิลประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ‘Ripple Mint’ สำหรับลูกค้าสถาบัน เพื่อให้สามารถ ‘ออก (Mint)–ไถ่ถอน (Redeem)–บริดจ์–ติดตาม’ RLUSD ได้ผ่านหน้าจอเว็บแดชบอร์ดหรือ API โดยตรง เดิมทีสถาบันต้องโอนเงินดอลลาร์ค้ำประกันและประสานงานกับริพลโดยตรงทุกขั้นตอน แต่แพลตฟอร์มใหม่นี้จะช่วย ‘อัตโนมัติ’ กระบวนการออกเหรียญ การไถ่ถอน และการชำระราคาให้เสร็จในระบบเดียว
พร้อมกันนี้ ริปเปิลยังเปิดเผยว่าได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน ‘โนตาเบเน(Notabene)’ แพลตฟอร์มคอมพลายแอนซ์ที่รองรับการทำธุรกรรมมากกว่า ‘2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี’ โดยโนตาเบเนเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบตัวตน ฝั่งการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั่วโลก เช่น กฎ Travel Rule และมาตรฐาน AML/CFT
การจับคู่ระหว่าง ‘Ripple Mint’ และ ‘โนตาเบเน’ สะท้อนเป้าหมายของริ플ที่ต้องการฝัง RLUSD ให้ลึกเข้าไปในโครงสร้างระบบชำระเงินของสถาบันการเงิน สถาบันที่ใช้งานโนตาเบเนสามารถโอนและรับ RLUSD ได้ง่ายขึ้น ภายใต้กรอบ ‘กฎระเบียบสากล’ ที่ชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ นี่คือสัญญาณชัดว่า ริปเปิลไม่ได้มอง RLUSD แค่ในฐานะเหรียญสเตเบิลคอยน์ทั่วไป แต่ต้องการผลักให้กลายเป็นโครงสร้างชำระเงินและระบบเคลียร์ริ่งสำหรับธุรกิจจริง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขบนเชนสะท้อนภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น ปริมาณการโอน RLUSD รายเดือนลดลงราว 26% จาก 14,600 ล้านดอลลาร์ เหลือ 10,890 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาด (Market Cap) ลดลงประมาณ 5% มาอยู่แถว 1,590 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าเม็ดเงินหมุนเวียนและการใช้โทเคนในแง่ปริมาณธุรกรรม ‘ต่อเดือน’ กำลังผ่อนแรงลง
แต่ในอีกด้าน ตัวชี้วัดฐานผู้ใช้กลับขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน ‘ที่อยู่แอ็กทีฟ’ เพิ่มขึ้น 68.2% แตะระดับ 11,167 ที่อยู่ ขณะที่จำนวนผู้ถือครอง RLUSD ทั้งหมดเพิ่มขึ้นราว 6% แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ความถี่ในการเทรดหรือการย้ายเหรียญจะลดลง แต่ ‘ฐานผู้ใช้’ และการกระจายตัวของผู้ถือกลับกว้างขึ้น ‘ความคิดเห็น’ มุมนี้ชี้ว่าริปเปิลอาจกำลังเปลี่ยน RLUSD จากเหรียญที่เน้นหมุนเวียนเก็งกำไร ไปสู่การถือครองเพื่อใช้ในระบบจริงมากขึ้น
ในแง่การกระจายตัวของ RLUSD บล็อกเชน ‘เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์(XRPL)’ ยังครองบทบาทหลัก ปัจจุบัน RLUSD มูลค่าประมาณ 896.5 ล้านดอลลาร์หมุนเวียนอยู่บน XRPL ขณะที่บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) มีการกระจายตัวอยู่ราว 641.9 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนดังกล่าวทำให้ XRPL กลายเป็น ‘ศูนย์กลางหลัก’ ของ RLUSD ทั้งด้านสภาพคล่องและการใช้งานในระบบนิเวศของริเปิล
ริปเปิลยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ โดยเดินหน้าขยายเครือข่ายที่รองรับ RLUSD ให้กว้างขึ้น ทั้งบน XRPL EVM ไซด์เชน, เบส(Base), ออปติมิซึม(OP), อิงก์(Ink) และยูนิเชน(Unichain) การมี RLUSD บนหลายเครือข่ายช่วยให้ลูกค้าสถาบันสามารถออกและย้ายเหรียญระหว่างเครือข่ายต่างๆ ได้สะดวกขึ้น เพิ่ม ‘ความยืดหยุ่นด้านการชำระเงิน’ และลดการพึ่งพาเชนเดียว
แม้ ‘ปริมาณธุรกรรมบนเชน’ ของ RLUSD จะชะลอลง แต่หากมองจากการลงทุนในโครงสร้างคอมพลาย การเปิดตัว Ripple Mint และการขยายตัวสู่หลายเครือข่าย เส้นทางของริปเปิลยิ่งชัดเจนขึ้นว่า ต้องการปั้น RLUSD ให้กลายเป็น ‘สเตเบิลคอยน์เพื่อการใช้งานจริงในระดับสถาบัน’ มากกว่าจะเป็นเพียงเหรียญเพื่อเก็งกำไรในตลาดคริปโตเท่านั้น
ความคิดเห็น 0