การแฮ็ก ‘บริดจ์คริปโต’ กลับมาสั่นคลอนความเชื่อมั่นอีกครั้ง ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเพียงวันเดียว มูลค่าความเสียหายจากการโจมตีสามเหตุการณ์พุ่งเกิน 3,500만달러 ครอบคลุมทั้ง เว루스 브리지, AFX และโครงการ BSquared สะท้อนช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของโครงสร้าง ‘ครอสเชนบริดจ์’ ที่ยังแก้ไม่ตก
เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ‘คอยน์เทเลกราฟ’ รายงานว่า เว루스 브리지(Verus Bridge) สูญเสียเงินไปอีกราว 750만달러 จากการโจมตีรูปแบบเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งครั้งนั้นผู้พัฒนาประกาศให้ ‘ไวต์แฮต(Whitehat)’ สามารถรับเงินรางวัล 25% ของมูลค่าทรัพย์สิน แลกกับการส่งคืนเงินที่ถูกขโมย ทำให้ได้เงินบางส่วนกลับคืนมา ทว่า ‘คราวนี้สถานการณ์ต่างออกไปอย่างชัดเจน’
บริษัทตรวจสอบบล็อกเชน ‘สโล็วมิสต์(SlowMist)’ วิเคราะห์ว่า แฮ็กทั้งสองครั้งบนเวรูส 브리지มีจุดร่วมสำคัญคือช่องโหว่ด้าน ‘การตรวจสอบข้อมูลครอสเชน (Cross-chain input validation)’ ที่ไม่รัดกุม ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสร้างธุรกรรมปลอมและดูดสภาพคล่องออกจากบริดจ์ได้ โดยในเหตุการณ์ล่าสุด มีรายงานว่าคนร้ายได้โอนสินทรัพย์ไปยังบริการมิกซ์เหรียญ ‘โทนาโดแคช(Tornado Cash)’ แล้วไม่น้อยกว่า 3,916 อีเธอเรียม(ETH) หรือราว 660만달러 ทำให้โอกาสติดตามและกู้คืนทรัพย์สินยิ่งน้อยลงไปอีก
ในวันเดียวกัน บริดจ์ USDC บนเครือข่าย อาร์บิทรัม(ARB) ของแพลตฟอร์ม AFX ก็ถูกโจมตี สูญเสียทรัพย์สินมากกว่า 2,400만달러 บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ‘บล็อกเซ็ก(BlockSec)’ ชี้ว่า คนร้ายอาจใช้ประโยชน์จาก ‘กุญแจของตัวตรวจสอบ (Approved validator key)’ ที่ถูกอนุมัติไว้แล้ว และใช้กลไกการลงนามแบบ 5-of-7 ให้ผ่านฉันทามติได้อย่างถูกต้องตามระบบ จึงยิ่งทำให้การโจมตีตรวจจับได้ยาก AFX ระบุว่าได้หยุดการทำงานของบริดจ์ชั่วคราวและอยู่ระหว่างสืบหาต้นตอ ขณะเดียวกันยืนยันว่า เมนเน็ต ระบบเทรด และเครือข่ายอาร์บิทรัมโดยรวมไม่ถูกกระทบ
เพื่อจูงใจให้คนร้ายคืนสินทรัพย์ AFX เสนอ ‘เงินรางวัล’ สูงถึง 30% ของมูลค่าที่ถูกขโมย หรือราว 720만달러 หากมีการส่งคืนเงินที่เหลือทั้งหมด อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบางส่วนแสดง ‘ความคิดเห็น’ ว่าข้อเสนอในลักษณะนี้ อาจกลายเป็นการเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์ใช้เป็นฐานต่อรองมากกว่าจะช่วยให้ปัญหาถูกแก้ไขในเชิงโครงสร้าง ข้อมูลจากบริษัทความปลอดภัย ‘เพ็กชิล드(PeckShield)’ ระบุว่า ณ ตอนนี้ผู้โจมตีได้แปลงสินทรัพย์เป็นอีเธอเรียมมากกว่า 12,000 ETH แล้ว และยังคงถือครองไว้ในที่อยู่บนเครือข่ายอีเธอเรียม
ด้านโครงการ BSquared ซึ่งเป็นโปรเจกต์ AI เอเยนต์บนบิตคอยน์(BTC) ก็ไม่รอดพ้นจากการโจมตี โดยถูกใช้สิทธิ ‘อัปเกรดสัญญาสเตกกิง’ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้สูญเสียสินทรัพย์ไปอีกราว 400만달러 ทีมพัฒนา BSquared ระบุว่าจะชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้เต็มจำนวน พร้อมเสนอเงินรางวัลให้ผู้โจมตีในสัดส่วนที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐานคือประมาณ 10% ของทรัพย์สินที่ถูกขโมย ด้านบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ‘สเปกเตอร์(Specter)’ ติดตามเส้นทางเงินพบว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกแลกเป็น WBNB ก่อนถูกเคลื่อนย้ายข้ามไปยังเครือข่ายอีเธอเรียม และถูกเปลี่ยนต่อไปยังเหรียญในโปรโตคอลความเป็นส่วนตัวอย่าง แซดแคช(ZEC)
เหตุการณ์โจมตีต่อเนื่องบน ‘บริดจ์ครอสเชน’ เหล่านี้ตอกย้ำจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของอินฟราสตรักเจอร์เชื่อมโยงข้ามบล็อกเชนอีกครั้ง เมื่อรวมเฉพาะการแฮ็กที่เกี่ยวข้องกับบริดจ์ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่แล้ว มูลค่าความเสียหายรวมแตะอย่างน้อย 4,000만달러แล้ว ‘ความคิดเห็น’ จากในตลาดกำลังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัญหาไม่ได้หยุดแค่ตัวเลขมูลค่าเงินที่สูญหาย แต่สะท้อนถึงการจัดการ ‘กุญแจตัวตรวจสอบ (Validator key)’, กลไกตรวจสอบธุรกรรม, รวมถึงการควบคุมอำนาจการอัปเกรดสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องถูกทบทวนและยกระดับความปลอดภัยอย่างจริงจัง หากต้องการให้บริดจ์ครอสเชนยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป
ความคิดเห็น 0