Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิล(XRP) ร่วงหลุดเสี่ยงหลุด 1.14 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันมหภาค-เลเวอเรจถูกล้างพอร์ต

ริปเปิล(XRP) ร่วงกว่า 2% มาอยู่ที่ 1.11 ดอลลาร์ ท่ามกลาง ‘แรงกดดันมหภาค’ ที่ถาโถมใส่ตลาดการเงินทั่วโลก ทั้งตลาดหุ้น ทองคำ เงิน และคริปโตถูกเทขายพร้อมกัน ทำให้ XRP ยังไม่สามารถหาแรงส่งกลับตัวได้อย่างชัดเจน ขณะที่ระดับ ‘1.14 ดอลลาร์’ ถูกมองเป็นแนวรับสำคัญ หากหลุดอาจเปิดทางให้ราคาปรับฐานลงลึกกว่าเดิม

อ้างอิงรายงานจากสื่อต่างประเทศในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเม็ดเงินราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์หายไปจากตลาดหุ้น สินทรัพย์โลหะมีค่า และตลาดคริปโต หนึ่งในตัวเร่งคือความกังวลต่อผลประกอบการของอัลฟาเบท(GOOGL) ที่นักลงทุนมองว่าต้นทุนการลงทุนด้าน ‘เอไอ’ เริ่มกดดันกำไรอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับทรัมป์เปิดเผยกับ Axios ว่ากำลังพิจารณาคำสั่งโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ทำให้บรรยากาศเลี่ยงความเสี่ยงยิ่งรุนแรงขึ้น

‘1.14 ดอลลาร์’ ถูกจับตาเป็นจุดตัดสิน แนวโน้มสั้นยังเป็นขาลง

XRP เคยขยับขึ้นไปแตะบริเวณ 1.16 ดอลลาร์เมื่อต้นสัปดาห์ ก่อนถูกขายลงมาทดสอบแนวรับแถว 1.10 ดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่แข็งพอจะแบกราคาไว้ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าทิศทางโดยรวมยัง ‘เอนขาลง’ และยังยากจะฟันธงว่าราคาทำจุดต่ำสุดรอบนี้ไปแล้ว

โซน 1.19–1.42 ดอลลาร์ถูกมองเป็น ‘แนวต้านหลัก’ ที่หากจะกลับขึ้นไปทดสอบได้ ตลาดจำเป็นต้องมีข่าวบวกหรือเม็ดเงินใหม่เข้ามาชัดเจน ขณะนี้พลังซื้อยังไม่เพียงพอจะดันขึ้นไปแตะระดับดังกล่าว หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 1.14 ดอลลาร์ได้ และเกิดการหลุดลงอย่างชัดเจน มีมุมมองในตลาดว่าช่วงราคาบริเวณ 0.74–0.75 ดอลลาร์อาจถูกเปิดเป็นเป้าหมายถัดไปในภาวะตลาดหมี

บางนักวิเคราะห์ยังขยายภาพไปถึงบิตคอยน์(BTC) โดยมองว่า ‘จุดต่ำของรอบไซเคิล’ อาจจะไปก่อตัวในช่วงกันยายนหรือไม่ก็ตุลาคม ทำให้สินทรัพย์ altcoin อย่าง XRP เสี่ยงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องหากบิตคอยน์ยังไม่หยุดลง

คดีจบ ETF มา สเตเบิลคอยน์โต…แต่ราคายังไม่ไปต่อ

ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน สภาพแวดล้อมของ XRP วันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร คดีความที่ยืดเยื้อกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ยาวนานกว่า 5 ปีสิ้นสุดลงแล้ว ทั้งฝ่ายร้องเรียนและฝ่ายถูกฟ้องต่างถอนอุทธรณ์ โทษปรับที่เคยอยู่แถว 125 ล้านดอลลาร์ก็ถูกลดลงเหลือ 50 ล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น กองทุนอีทีเอฟ XRP แบบสปอตในสหรัฐเปิดตัวแล้ว 7 กอง เพิ่มช่องทางการลงทุนแบบถูกกฎระเบียบ ขณะที่สเตเบิลคอยน์สำหรับชำระเงินบนแพลตฟอร์มอย่าง ‘RLUSD’ ก็เติบโตจนมีมูลค่าตลาดแตะ 1.5 พันล้านดอลลาร์ ช่วยขยายระบบนิเวศของริปเปิลในมุมการใช้งานจริง

แต่โครงสร้างตลาดก็ยังมี ‘ข้อจำกัด’ ที่กดดันราคาอยู่พอสมควร ปริมาณ XRP ที่ถูกถือผ่านอีทีเอฟยังอยู่เพียงราว 1–2% ของเหรียญที่หมุนเวียนทั้งหมด ไม่มากพอจะดูดซับแรงขายหรือสร้างภาวะขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ RLUSD เองก็อาจกลายเป็น ‘ตัวเลือกชำระเงินทดแทน’ แทนที่จะดึงดีมานด์เข้าหา XRP โดยตรง

จุดที่ถูกวิจารณ์ชัดคือ กว่า 45% ของอุปทาน RLUSD ถูกออกใช้บนอีเธอเรียม(ETH) มากกว่าจะอยู่บน XRP เลเจอร์ ทำให้ความต้องการใช้งานเลเยอร์ของ XRP ไม่ได้ขยายตัวตามมูลค่าตลาด RLUSD เท่าที่ควร ขณะเดียวกัน เอสโครว์ของริ플ยังปล่อย XRP ออกสู่ตลาดราว 200–300 ล้านเหรียญต่อเดือน กลายเป็นแรง ‘เทขายเชิงโครงสร้าง’ ที่นักลงทุนต้องรับมือ

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มพันธมิตรสเตเบิลคอยน์อย่าง ‘โอเพ่น USD’ ก็เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น มีผู้เล่นใหญ่เข้าร่วมกว่า 140 ราย ตั้งแต่ ‘วีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, คอยน์เบส, แบล็คร็อค’ และบริษัทอีกจำนวนมาก แข่งขันแย่งพื้นที่ในตลาดการชำระเงินและสเตเบิลคอยน์กับ RLUSD และระบบของริปเปิลโดยตรง

ตลาดเริ่มแตะพื้น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่

แม้ภาพราคาจะกดดัน แต่บางเสียงในอุตสาหกรรมมองว่าการ ‘คัดตัว’ ที่กำลังเกิดขึ้น อาจตีความเป็นสัญญาณใกล้ถึงจุดต่ำของรอบได้เหมือนกัน การประกาศปิดตัวของตลาดอนุพันธ์คริปโตชื่อดังอย่าง BitMEX ที่เตรียมหยุดให้บริการในวันที่ 23 กันยายน รวมถึงการยุติกิจการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลและกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโตบางแห่ง สะท้อนว่าช่วงเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจเกินตัวกำลังถูกบีบให้ย่อตัวลง

‘ความคิดเห็น’ มองในเชิงโครงสร้าง การกำจัดเลเวอเรจส่วนเกินและผู้เล่นที่บริหารความเสี่ยงไม่ดีออกจากตลาด มักเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการสร้างฐานราคารอบใหม่ในหลายสินทรัพย์ แต่กระบวนการนี้ก็มักมาพร้อมความผันผวนและอาจมี ‘ลงสุดแรง’ อีกระลอกก่อนจะนิ่ง

ในระยะสั้น XRP ดูจะติดหล่มระหว่างปัจจัยบวกเฉพาะตัวกับแรงกดดันมหภาค กรณีคดี SEC สิ้นสุด อีทีเอฟเปิดตัว และ RLUSD ขยายขนาด ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยเคลียร์ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและการใช้งานไปมากแล้ว ทว่าราคา XRP ยังตอบสนองจำกัด เพราะ ‘เม็ดเงินใหม่’ ที่ไหลเข้ายังคงบาง และฝั่งอุปทานยังหนาแน่น

มุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคือ หาก XRP จะกลับมาสร้าง ‘เทรนด์ขาขึ้นที่ยั่งยืน’ ได้ ต้องเห็นสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คือ การไหลเข้าของเงินทุนผ่านอีทีเอฟในระดับที่มีนัยสำคัญ และการเติบโตของดีมานด์ใช้งานจริงบน XRP เลเจอร์เอง ไม่ใช่เพียงการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ไปอยู่บนเชนอื่น ในระหว่างนี้ ระดับ ‘1.14 ดอลลาร์’ จะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญว่าตลาดกำลังสร้างฐาน หรือกำลังเปิดประตูสู่การปรับฐานรอบใหม่ลงไปหาช่วง 0.7 ดอลลาร์อีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1