ศูนย์มาตรฐานและนวัตกรรม AI สังกัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ร่วมกับสถาบันความปลอดภัย AI ของอังกฤษ ประเมินความสามารถด้านการโจมตีไซเบอร์ของโมเดล AI จีน ‘Kimi K3’ พบว่าโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ ยังทำผลงานเหนือกว่า แต่ผลทดสอบยังมีข้อจำกัด เพราะ Kimi K3 เข้าร่วมเพียงบางรายการ
Odaily รายงานว่า การประเมินครั้งนี้ติดข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมโฮสติ้ง จึงประเมินศักยภาพเครือข่ายโดยรวมของ Kimi K3 เป็นหลักจากเกณฑ์ทดสอบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ 41 รายการ ขณะที่โมเดลอื่นถูกทดสอบในขอบเขตกว้างกว่า รายงานจึงระบุว่าค่าความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์ Kimi K3 มีมากกว่า
ในการทดสอบการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Kimi K3 ทำได้ราว 32% สูงกว่า GLM-5.2 ที่ 24% แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ประมาณ 76% ส่วนการทดสอบห่วงโซ่การโจมตีจำลอง Kimi K3 ทำสำเร็จเฉลี่ย 17 ขั้นตอนจากทั้งหมด 32 ขั้นตอน และเจาะเครือข่ายสำเร็จ 1 ครั้งจากการลอง 10 ครั้ง ขณะที่โมเดลฟรอนเทียร์ของสหรัฐฯ ทำได้เฉลี่ย 28.5 ขั้นตอน
รายงานประเมินว่า Kimi K3 มีความสามารถโจมตีอัตโนมัติในระดับหนึ่ง และระบบป้องกันยังไม่สามารถหยุดการพัฒนาช่องโหว่หรือการลงมือโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รายงานย้ำว่าขอบเขตการทดสอบที่จำกัดทำให้ไม่ควรนำผลนี้ไปสรุปเปรียบเทียบโมเดลทั้งหมดแบบกว้างเกินไป
ประเด็นต่อไปที่อุตสาหกรรมจับตาคือการทดสอบ AI ด้านไซเบอร์จะต้องครอบคลุมมากขึ้นเพียงใด เพื่อให้เห็นภาพความเสี่ยงของโมเดลอย่าง Kimi K3 ได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันระหว่างโมเดล AI จีนและสหรัฐฯ ในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยังมีแนวโน้มเป็นประเด็นสำคัญต่อไป
ความคิดเห็น 0