บิตเม็กซ์(BitMEX) เตรียมปิด ‘ตำนาน’ 11 ปีของตนเอง โดยจะยุติการให้บริการเป็น ‘กระดานซื้อขายคริปโต’ อย่างถาวรในวันที่ 23 กันยายนนี้ หลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2014 และเคยเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก การปิดตัวของบิตเม็กซ์จึงถูกมองว่าเป็นการปิดฉากยุคบุกเบิกของตลาดอนุพันธ์คริปโต ตามรายงานของ ‘โคอินเทเลกราฟ(Cointelegraph)’ เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) บริษัทให้เหตุผลว่ามาจากการทบทวนกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในอุตสาหกรรม
บิตเม็กซ์ระบุว่าจะยุติ ‘ทุกบริการซื้อขาย’ ณ เวลา 04.00 น. (UTC) วันที่ 23 กันยายนตามเวลาท้องถิ่นของระบบ โดยการลงทะเบียนเปิดบัญชีใหม่ถูกปิดไปแล้ว ขณะที่ลูกค้าปัจจุบันได้รับคำแนะนำให้รีบปิดสถานะและถอนสินทรัพย์ออกจากแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมเป็นต้นไป จะไม่สามารถเปิดสถานะใหม่ได้อีกต่อไป และสถานะที่เหลืออยู่ในระบบจะถูก ‘ปิดสถานะอัตโนมัติ’ ในวันที่ 23 กันยายน
บิตเม็กซ์ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) และทีมผู้ร่วมก่อตั้ง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ‘เลเวอเรจสูง’ เป็นจุดขาย ทำให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงพีกปี 2018–2020 ‘ปริมาณการซื้อขายต่อวัน’ เคยพุ่งแตะระดับราว 3,000–5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในปีตลาดกระทิง ตัวเลขปริมาณซื้อขายต่อปีเคยทะลุ 10 ล้านล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อคู่แข่งรายใหม่ ๆ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น บิตเม็กซ์ก็เริ่มสูญเสียอิทธิพลและ ‘ส่วนแบ่งการตลาด’ ลงไปอย่างต่อเนื่อง
แรงกดดันยังทวีคูณจากคดีของ ‘กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ)’ และ ‘คณะกรรมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า(COMMODITY FUTURES TRADING COMMISSION, CFTC)’ ซึ่งกล่าวหาว่าบิตเม็กซ์ดำเนินธุรกิจเป็นแพลตฟอร์มอนุพันธ์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องในสหรัฐ แม้ว่าบริษัทจะไม่ระบุชัดว่าการปิดตัวครั้งนี้มาจากปัญหาทางการเงินหรือความกดดันด้านกฎระเบียบโดยตรง แต่ในมุมมองของคนในวงการแล้ว ‘สิ่งแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น’ และการแข่งขันที่ดุเดือดน่าจะเป็นปัจจัยสะสมสำคัญที่ผลักดันให้ต้องตัดสินใจยุติกิจการในที่สุด
"ความคิดเห็น" การที่แพลตฟอร์มระดับตำนานอย่างบิตเม็กซ์ค่อย ๆ หลุดจากเวทีหลัก สะท้อนให้เห็นภาพการเปลี่ยนผ่านอำนาจในโลกอนุพันธ์คริปโตจากผู้เล่นสายบุกเบิกไปยังกระดานที่ปรับตัวได้เร็วกว่าในยุคกฎระเบียบเข้มข้น
บิตเม็กซ์ย้ำว่า ‘สินทรัพย์ของลูกค้ายังคงปลอดภัย’ โดยระบุว่าสินทรัพย์ทั้งหมดมีมูลค่า ‘สูงกว่าภาระหนี้’ และตลอดช่วงเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา แพลตฟอร์มไม่เคยสูญเสียเงินลูกค้าเพราะเหตุ ‘การแฮ็กระบบ’ เลย บริษัทเผยด้วยว่าเคยพยายาม ‘ขายกิจการ’ หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงต้องเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอน ‘ชำระบัญชีและปิดกิจการ’ อย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ดี ลูกค้าที่ทิ้งคริปโตหรือเงินไว้บนแพลตฟอร์มหลังจากกำหนดเวลาปิดระบบ ‘จะมีค่าใช้จ่าย’ บิตเม็กซ์ระบุว่า บัญชีที่ทำ KYC แล้วแต่ยังคงเหลือยอดเงินอยู่ จะถูกคิด ‘ค่าธรรมเนียมการดูแลสินทรัพย์’ เดือนละ 50 ดอลลาร์ หรือปีละ 1% ของยอดเงินที่เหลืออยู่ โดยจะเลือกคิดในอัตราที่ ‘สูงกว่า’ ระหว่างสองตัวเลือกนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังเตือนว่าหากมี ‘คำขอถอนเงิน’ หลั่งไหลเข้ามาในช่วงท้าย อาจทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงความหนาแน่นของเครือข่ายบิตคอยน์(BTC) ส่งผลให้การถอนเงินล่าช้ากว่าปกติ
การถอนตัวของบิตเม็กซ์จากเวทีซื้อขาย ไม่ได้เป็นเพียงการปิดกระดานเทรดอีกหนึ่งแห่ง แต่หมายถึง ‘การอำลาของหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของตลาดอนุพันธ์คริปโตยุคแรกเริ่ม’ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าในสภาพแวดล้อมที่ ‘กฎระเบียบเข้มขึ้น’ และ ‘การแข่งขันรุนแรงขึ้น’ ผู้นำตลาดในอดีตอาจไม่สามารถรักษาตำแหน่งได้ตลอดไป และอำนาจการควบคุมตลาดในโลกคริปโตกำลังถูกจัดระเบียบใหม่อย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0