โซลานา(SOL) ยังแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวเชิงโครงสร้าง แม้อยู่ท่ามกลางภาวะตลาดอ่อนแรง โดยเฉพาะในด้านสินทรัพย์โลกจริง หรือ ‘RWA’ ระบบชำระเงิน และรายได้จากแอปพลิเคชันบนเครือข่าย เมื่อไม่นานนี้ Messari Research ระบุในรายงานว่า ไตรมาส 1 ปี 2026 มูลค่าตลาด RWA บนโซลานาเพิ่มขึ้น 43% จากไตรมาสก่อน สู่ 2.01 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ chain GDP อยู่ที่ 342.2 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าแม้ตลาดโดยรวมจะถูกกดดันจากการปรับฐานราคา แต่ระบบนิเวศของ โซลานา(SOL) ยังรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ผ่านการเติบโตของสเตเบิลคอยน์ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบัน และกิจกรรมจาก AI agent
จุดเด่นที่สุดของไตรมาสนี้คือการขยายตัวของ ‘RWA’ บนโซลานา(SOL) โดย Messari Research ระบุว่า มูลค่าตลาด RWA เพิ่มจาก 1.41 พันล้านดอลลาร์ เป็น 2.01 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากกองทุนตลาดเงินแบบโทเคนไนซ์ ‘บิวเดิล(BUIDL)’ ของแบล็กร็อก ซึ่งมีมูลค่าบนเครือข่ายโซลานาเพิ่มจาก 255.5 ล้านดอลลาร์ เป็น 525.4 ล้านดอลลาร์ หรือโต 106% ในไตรมาสเดียว ปัจจัยหลักมาจากการที่ Anchorage Digital เข้ามาสนับสนุนบริการคัสโตดีเพิ่มเติม โดย ณ สิ้นไตรมาส สินทรัพย์ BUIDL ที่ Anchorage ดูแลบนโซลานามีมูลค่า 423.1 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 81% ของอุปทาน BUIDL ทั้งหมดบนเครือข่ายนี้
สินทรัพย์ RWA ที่ให้ผลตอบแทนก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน PRIME มีมูลค่าตลาดเพิ่ม 124% แตะ 361.2 ล้านดอลลาร์ หลังการเชื่อมต่อกับ Kamino ช่วยให้การนำสินทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วน ONyc เติบโต 101% สู่ 145.4 ล้านดอลลาร์ จากกระแสเงินฝากที่เพิ่มขึ้นใน Kamino รายงานมองว่า โซลานา(SOL) กำลังพัฒนาจากเครือข่ายสำหรับออกโทเคนทั่วไป ไปสู่ ‘ศูนย์กลางสภาพคล่อง RWA’ ที่ครอบคลุมทั้งพันธบัตรรัฐบาลแบบโทเคนไนซ์ เครดิตเอกชน รีอินชัวรันส์ และสินทรัพย์ประเภทหุ้น
ฝั่งเศรษฐกิจแอปพลิเคชันยังคงคึกคัก โดย chain GDP ของโซลานาเพิ่มเล็กน้อยจาก 341.8 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2025 เป็น 342.2 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 แม้ความต้องการซื้อขายมีมคอยน์และสินทรัพย์กลุ่ม long-tail จะชะลอลง แต่แพลตฟอร์ม launchpad และแอปเทรดยังสร้างรายได้ในระดับสูง Pump.fun ทำรายได้ 124.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ Axiom อยู่ที่ 42.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% และ Bags ซึ่งได้อานิสงส์จากกระแส AI พุ่งขึ้น 1,347% สู่ 11.5 ล้านดอลลาร์
อีกตัวชี้วัดที่น่าสนใจคือ App RCR หรืออัตราการดึงรายได้ของแอป ที่เพิ่มจาก 379% เป็น 382% หมายความว่า ทุกมูลค่าเศรษฐกิจจริง 1 ดอลลาร์ที่เครือข่ายสร้างขึ้น แอปพลิเคชันสามารถดูดซับรายได้ได้ราว 3.82 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า โซลานา(SOL) ไม่ได้เป็นเพียงบล็อกเชนที่เน้นปริมาณธุรกรรมสูง แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เอื้อต่อการสร้างโมเดลรายได้อย่างยั่งยืนของแอปต่าง ๆ ด้วย
อย่างไรก็ดี ภาค DeFi ยังคงได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานของราคา โดย TVL ของโซลานาลดลง 22% จากไตรมาสก่อน เหลือ 6.16 พันล้านดอลลาร์ แต่รายงานชี้ว่า สาเหตุหลักไม่ได้มาจากผู้ใช้ถอนตัว หากมาจากราคาของ SOL ที่ลดลงจาก 124.44 ดอลลาร์ เหลือ 83.11 ดอลลาร์ หรือร่วง 33% แม้เช่นนั้น ส่วนแบ่งตลาด DeFi ของโซลานายังทรงตัวค่อนข้างดีที่ 6.7%
เมื่อดูรายโปรโตคอล Kamino กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วย TVL 1.72 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วย Jupiter ที่ 1.69 พันล้านดอลลาร์ และ Raydium ที่ 992.5 ล้านดอลลาร์ ในฝั่งการปล่อยกู้ ยอดฝากของ PRIME เพิ่มขึ้น 121% เป็น 330.3 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนที่อิง RWA อย่างชัดเจน ส่วนในตลาดสินเชื่อที่ใช้งานจริง ยูเอสดีคอยน์(USDC) ยังครองความเป็นผู้นำที่ 779.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ เพย์พาล ยูเอสดี(PYUSD) โต 63% สู่ 317.1 ล้านดอลลาร์ จากแรงหนุนของ Sentora vault บน Kamino
ตลาด DEX แบบสปอตบนโซลานาก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างชัดขึ้น แม้ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวันจะลดจาก 4.04 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 2.84 พันล้านดอลลาร์ หรือหดตัว 30% แต่ส่วนแบ่งตลาดรวมของโซลานากลับเพิ่มจาก 29% เป็น 33% ปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Prop AMM ซึ่งมีสัดส่วนถึง 53% ของปริมาณซื้อขาย DEX ทั้งหมดในไตรมาส 1 เพิ่มจาก 45% ในไตรมาสก่อน
HumidiFi และ BisonFi เป็นสองแพลตฟอร์มที่โดดเด่นที่สุด โดย HumidiFi ครองอันดับ 1 ด้วยปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 461.8 ล้านดอลลาร์ ส่วน BisonFi โตแรง 362% แตะ 431.5 ล้านดอลลาร์ Messari Research มองว่า Prop AMM มีความสามารถแข่งขันกับกระดานเทรดรวมศูนย์ได้มากขึ้น เพราะใช้การค้นพบราคานอกเชนและให้สเปรดที่แคบกว่า AMM แบบดั้งเดิม
ในด้านสเตเบิลคอยน์และระบบชำระเงิน โซลานา(SOL) ยังขยายบทบาทต่อเนื่อง มูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์บนเครือข่ายอยู่ที่ 14.85 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่โครงสร้างภายในเปลี่ยนไปพอสมควร USDC ลดลง 21% เหลือ 7.83 พันล้านดอลลาร์ แม้ยังครองสัดส่วน 53% และเป็นอันดับ 1 ขณะที่ เทเธอร์(USDT) เพิ่มขึ้น 34% สู่ 2.89 พันล้านดอลลาร์ ส่วน USD1 พุ่ง 473% แตะ 883.5 ล้านดอลลาร์ โดยรายงานระบุว่า หนึ่งในปัจจัยคือไบแนนซ์ย้ายสินทรัพย์ USD1 ของลูกค้าจำนวนมากเข้ามาอยู่บนเครือข่ายโซลานา
ปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจาก Artemis ระบุว่า ปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์แบบปรับแล้วรายไตรมาส เพิ่มจาก 217.85 พันล้านดอลลาร์ เป็น 246.76 พันล้านดอลลาร์ หรือขยายตัว 13% กระแสจาก Circle, ไบแนนซ์ และคอยน์เบส เป็นแรงหนุนหลัก โซลานา ฟาวน์เดชัน ยังผลักดันการใช้งานด้านการชำระเงินผ่าน payments.org และ Solana Developer Platform เพื่อช่วยให้บริษัทฟินเทคและสถาบันการเงินดั้งเดิมนำโครงสร้างพื้นฐานนี้ไปใช้มากขึ้น ปัจจุบันมีทั้ง วีซา, สไตรป์, เวิลด์เพย์, เวสเทิร์น ยูเนียน, ฟิซเซิร์ฟ และเพย์พาล ที่เชื่อมต่อหรือขยายบริการชำระเงินบนโซลานาแล้ว
อีกพื้นที่ที่เริ่มโดดเด่นขึ้นคือ AI agent โดยโซลานามีจุดแข็งเรื่องค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 1 เซนต์และความเร็วในการยืนยันธุรกรรมต่ำกว่า 1 วินาที ทำให้เหมาะกับการทดลองโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินสำหรับ agent อัตโนมัติ โปรโตคอลชำระเงิน x402 ได้ขยายไปยัง QuickNode, Alchemy และ Messari API รวมถึงรองรับ Machine Payment Protocol ของ Stripe ด้วย ส่งผลให้โซลานาถูกมองเป็นหนึ่งในบล็อกเชนหลักที่รองรับมาตรฐานการชำระเงินเกิดใหม่ได้หลากหลาย
ในเดือนมีนาคม โซลานา ฟาวน์เดชัน เปิดตัว on-chain agent registry เพื่อสร้างระบบยืนยันตัวตนของ AI agent ที่ตรวจสอบได้ ขณะที่ PlayBabylon สามารถสร้าง agent ได้ 1,171 ตัวภายใน 5 วันแรก และก่อให้เกิดธุรกรรมกว่า 490,000 รายการ นอกจากนี้ แฮ็กกาธอนด้าน AI บนโซลานายังมีผู้เข้าร่วมถึง 454 โครงการ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเครือข่ายอาจกำลังก้าวพ้นจากช่วงทดลอง ไปสู่ระยะเริ่มต้นของ ‘Agent GDP’ ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มถูกขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งานที่ไม่ใช่มนุษย์
กิจกรรมบนเครือข่ายโดยรวมยังทำสถิติสูงสุดใหม่ด้วย โดยจำนวนธุรกรรม non-vote เฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 50% จากไตรมาสก่อน เป็น 112.6 ล้านรายการ สูงกว่าจุดสูงสุดเดิมในไตรมาส 2 ปี 2025 ราว 15% จำนวนผู้จ่ายค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.2 ล้านราย ขณะที่ REV หรือมูลค่าเศรษฐกิจจริงของเครือข่ายอยู่ที่ 89.5 ล้านดอลลาร์ ลดลงเพียง 1% และยังรั้งอันดับ 2 ของเครือข่ายทั้งหมด รองจาก Hyperliquid
ตัวชี้วัดด้านผู้ตรวจสอบธุรกรรมและความปลอดภัยยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง จำนวน SOL ที่ถูก stake รวมอยู่ที่ 424.7 ล้าน SOL ทำสถิติสูงสุดใหม่ มี validator ที่ยัง active 773 ราย กระจายอยู่ใน 35 ประเทศ และ 204 ดาต้าเซ็นเตอร์ ปัจจัยที่ตลาดจับตาต่อไปคืออัปเกรด ‘อัลเพนโกลว์(Alpenglow)’ ซึ่ง Messari Research มองว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของเครือข่าย โดยตั้งเป้าใช้งานผ่าน Agave 4.1 และอาจลดเวลา finality ของโซลานาจากราว 12.8 วินาที เหลือเพียงประมาณ 150 มิลลิวินาที การเปลี่ยนโครงสร้างจาก PoH, Tower BFT และระบบส่งต่อโหวตแบบ gossip เดิม ไปสู่สถาปัตยกรรม Rotor และ Votor ถูกมองว่าเป็นการอัปเกรดกลไกฉันทามติครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เปิดเมนเน็ต
โดยสรุป โซลานา(SOL) กำลังเดินหน้าขยายคุณภาพของระบบนิเวศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากการปรับฐานราคาในระยะสั้น แม้ TVL ภาค DeFi จะลดลง แต่แกนการเติบโตอย่าง ‘RWA’ สเตเบิลคอยน์ การนำไปใช้โดยสถาบัน และความสามารถในการทำรายได้ของแอป กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
“ความคิดเห็น” หากพิจารณาจากตัวเลขทั้งหมด ทิศทางของ โซลานา(SOL) ในระยะต่อไปอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเคลื่อนไปสู่บทบาทของโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่มีการใช้งานจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญต่อมูลค่าระยะยาวของเครือข่ายนี้
ความคิดเห็น 0