Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ราวูล พาลเทเลือกโซลานา(SOL) ชูเป็นโครงสร้างพื้นฐานคริปโตยุค AI เหนือบิตคอยน์(BTC)

ราวูล พาล(Raoul Pal) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ออกมาเผยว่า หากต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียวระหว่าง บิตคอยน์(BTC) กับ โซลานา(SOL) เขาจะเลือก ‘โซลานา’ เพราะมองเห็นศักยภาพการเติบโตใน ‘ยุค AI’ โดยเฉพาะบทบาทด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและการทำธุรกรรมอัตโนมัติ มากกว่ามองแค่การเปรียบเทียบราคาในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph พาลซึ่งขึ้นเวทีงาน ‘คอนเซนซัส 2026(Consensus 2026)’ ที่ไมอามี ระบุว่า หากต้องตัดสินใจเลือกระหว่างโซลานากับบิตคอยน์ เขาจะเทน้ำหนักไปที่โซลานา แม้เขาจะยังมองว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ ‘เก็บมูลค่า’ ชั้นยอด แต่สำหรับโลกที่กำลังเดินหน้าไปสู่การเทรดอัตโนมัติขนาดใหญ่ และการชำระเงินแบบไมโครเพย์เมนต์ระหว่างเครื่องจักร เขาเห็นว่าเชนที่ทำงานได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำจะตอบโจทย์มากกว่า

พาลชี้จุดเด่นของโซลานาไปที่ ‘ความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมสูง’ และ ‘ค่าธรรมเนียมต่ำ’ โดยมองว่า คริปโตเคอร์เรนซีสามารถกลายเป็นเสมือน ‘ยูนิเวอร์แซล เบสิค อีควิตี(Universal Basic Equity)’ ในยุคปัญญาประดิษฐ์ และ ‘คำ’ AI เอเยนต์ จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใช้งานหลักในตลาดดีไฟ(DeFi·การเงินแบบกระจายศูนย์) เขาอธิบายว่า บิตคอยน์มีจุดแข็งด้านความขาดแคลนและการเป็นสินทรัพย์สำหรับถือระยะยาว แต่ถ้าพูดถึงชั้นการประมวลผลธุรกรรม (Execution Layer) ที่ต้องรองรับคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติจำนวนมากอย่างรวดเร็ว บิตคอยน์ยังมีข้อจำกัด

พาลประเมินว่า ภายในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า ผู้ใช้งานดีไฟราว 60% อาจกลายเป็น ‘AI เอเยนต์’ มากกว่ามนุษย์โดยตรง มุมมองนี้สอดคล้องกับความเชื่อของเขาว่า ในมิติของ ‘การเติบโต’ โซลานาอาจมีช่องว่างให้ขยายตัวได้มากกว่าบิตคอยน์ ‘ความคิดเห็น’ มองได้ว่าพาลไม่ได้บอกว่าบิตคอยน์ด้อยค่า แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า สายการเติบโตใหม่ของตลาดอาจอยู่ที่เชนที่รองรับแอปและธุรกรรมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าปัจจุบันบิตคอยน์ยังเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน ฉะนั้นมุมมองนี้ควรถูกอ่านในฐานะการคาดการณ์แนวโน้มโครงสร้างอุตสาหกรรมระยะยาวมากกว่าการฟันธงว่าผู้ชนะจะเปลี่ยนหน้าในทันที

บรรยากาศในงาน ‘คอนเซนซัส 2026’ เองก็สะท้อนทิศทางเดียวกัน ปีนี้หัวข้อร้อนคือ AI เอเยนต์, โทเคไนเซชัน, สเตเบิลคอยน์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบันการเงิน โดยมีธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐอย่าง เจพีมอร์แกนเชส(JPM) และ ซิตีกรุ๊ป(C) เข้าร่วม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดคริปโตเริ่มขยับจากการเป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร ไปสู่การแข่งขันด้าน ‘การใช้งานจริง’ และระบบหลังบ้านของการเงินยุคใหม่

อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ซึ่งขึ้นเวทีเดียวกัน เน้นย้ำบทบาทของอุตสาหกรรมคริปโตในการกำหนดทิศทางด้วยตัวเอง มากกว่ารอให้กติกาจากภาครัฐเข้ามากำหนดทั้งหมด ขณะที่ เควิน โอเลียรี(Kevin O’Leary) และ แบรด การ์ลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) ก็พูดถึงการเชื่อมต่อระหว่าง AI กับบล็อกเชนในหลากหลายมิติ ตลาดจึงเริ่มมองภาพรวมในกรอบใหม่ ระหว่าง ‘คำ’ บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า กับเครือข่ายอย่างโซลานาในฐานะโครงข่ายสำหรับการประมวลผลและการใช้งานจริง

ท้ายที่สุด การที่ราวูล พาลเลือกโซลานาไม่ได้หมายความว่าโซลานาจะ ‘แทนที่’ บิตคอยน์ แต่เป็นการสะท้อนว่าจุดศูนย์ถ่วงของตลาดคริปโต ‘อาจ’ ขยับไปหาบล็อกเชนที่เน้นการใช้งานในยุค AI และดีไฟมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ บิตคอยน์ยังคงเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเมื่อการผสานกันระหว่าง AI กับดีไฟเริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง บทบาทเชิงกลยุทธ์ของโซลานาและเชนความเร็วสูงอื่นๆ ก็มีแนวโน้มจะขยายตัวและถูกจับตามองมากขึ้นในสายตานักลงทุนและผู้พัฒนาเหมือนกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1