Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ติดกรอบ 7.4–7.8 หมื่นดอลลาร์ ท่ามกลางเงินไหลเข้า ETF–ลุ้นตัวเลข PCE ชี้ทิศรอบใหม่

บิตคอยน์(BTC) ยังคง ‘ไร้ทิศทาง’ แม้มีปัจจัยบวกอย่างความคาดหวังต่อข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางและกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF เข้ามาหนุนตลาด โดยราคายังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่นักลงทุนเริ่มถกเถียงกันว่า ‘ภาวะหยุดนิ่ง’ ครั้งนี้เป็นช่วงสะสมของรายใหญ่หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการระบายของ

ปัจจุบัน บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายแถว 76,800 ดอลลาร์ หรือราว 11.56 ล้านบาท ตลอดสัปดาห์ติดกรอบในช่วงแคบ ทั้งที่มีข่าว ‘บรรเทาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง’ และ ‘กระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF’ เข้ามาเป็นแรงหนุน ฝั่งมาร์เก็ตเมกเกอร์จากสิงคโปร์อย่าง เอ็นฟลักซ์ ระบุว่า ‘แรงซื้อมีอยู่ แต่ยังไม่เห็นการเข้ามาของเม็ดเงินขนาดใหญ่’ ทำให้ราคาขาดตัวผลักดันที่ชัดเจน

ฝั่งข้อมูล *ออนเชน* สะท้อนภาพเดียวกัน ตามข้อมูลจาก ‘กลาสโนด’ แรงขายเริ่มอ่อนตัวลง แต่กิจกรรมการซื้อขายโดยรวมกลับหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณบิตคอยน์ที่ถืออยู่ในกระดานเทรดลดลงมาเหลือราว 2.3 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี โครงสร้างด้าน ‘อุปทาน’ จึงยังดูแข็งแรงในเชิง ‘ขาดแคลนเหรียญในตลาด’ ทว่าฝั่ง ‘อุปสงค์’ ที่พร้อมไล่ราคาให้ขึ้นต่อกลับยังไม่เด่นชัด

ด้านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคกำลังเปลี่ยนเร็ว ปัจจัยอย่างการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐโดยมูดี้ส์ คำเตือนเรื่องต้นทุนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จาก ‘วอลมาร์ต’ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อจากดัชนี ‘ค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)’ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า ล้วนมีโอกาสเขย่าคาดการณ์ ‘อัตราดอกเบี้ย’ ของตลาด และอาจกลายเป็นตัวเร่ง ‘ความผันผวนของบิตคอยน์’ ในระยะสั้น

‘7.8 หมื่นดอลลาร์’ คือด่านสำคัญที่ตลาดจับตา หากผ่านได้มีลุ้นเปิดทางสู่โซน ‘8.4 หมื่นดอลลาร์’ ขณะที่หากหลุด 7.4 หมื่นดอลลาร์ ภาพจะเปลี่ยนเป็นเชิงลบอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้ บิตคอยน์แกว่งตัวในกรอบ 76,000–77,000 ดอลลาร์ โดยแนวรับหลักอยู่ที่ 74,000 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านสำคัญคือ 78,000 ดอลลาร์ และ 82,500 ดอลลาร์ มุมมองเชิงเทคนิคมองตรงกันว่า ‘การปิดแท่งวันเหนือ 78,000 ดอลลาร์’ จะเป็นสัญญาณ ‘กลับขึ้นรอบใหม่’ ที่ชัดเจนมากขึ้น

ตลาดคาดการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม ‘โพลีมาร์เก็ต’ ว่าโอกาสที่บิตคอยน์จะยืนเหนือ 76,000 ดอลลาร์ได้ภายในสัปดาห์นี้อยู่ราว 60% ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าการยืนยันทิศทาง เป็นเพียงความคาดหวังว่าจะ ‘ประคองฐาน’ ได้มากกว่า ปริมาณซื้อขายยังเบาบาง ขณะที่ตัวชี้วัดโมเมนตัมยังคง ‘ราบเรียบ’ ทำให้สัญญาณการเตรียมทะลุแนวต้านยังไม่ชัดเจน

บางนักวิเคราะห์เริ่มวาง *สมมติฐานขาขึ้น* ว่าบิตคอยน์อาจแตะ 84,500 ดอลลาร์ได้ภายใน 30 พฤษภาคม หากราคา ‘ทะลุ 78,200 ดอลลาร์พร้อมปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น’ โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ชะลอลง และเกิด ‘กระแสเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ ETF’ อีกรอบ จะยิ่งเสริมแรงเทรดฝั่งขาขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับ 74,000 ดอลลาร์ลงมา อาจตีความได้ว่า ‘ความล้าของตลาด’ เริ่มชัด และมีโอกาสเห็นราคาถอยลงสู่โซนต้น 70,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ช่วง ‘ความผันผวนต่ำ’ แบบนี้ มักถูกมองย้อนหลังทีหลังว่าเป็นทั้ง ‘โซนสะสม’ หรือ ‘โซนกระจายของรายใหญ่’ ซึ่งจะชัดเจนก็ต่อเมื่อราคาตัดสินทิศทางแล้วเท่านั้น

ในกรณีที่บิตคอยน์แกว่งตัวในกรอบบนสุดแถว 84,000 ดอลลาร์ ช่องว่างกำไรระยะสั้นจะอยู่ราว 10% เท่านั้น ถือว่า ‘ค่อนข้างปลอดภัย’ สำหรับสายระมัดระวัง แต่ไม่เปิดโอกาสให้กับผลตอบแทนแบบ ‘พุ่งแรง’ มากนัก ทำให้เงินบางส่วนในตลาดเริ่มมองหาโอกาสในสินทรัพย์เสี่ยงกว่าภายในระบบนิเวศของบิตคอยน์เอง

หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตามองคือ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ ซึ่งกำลังจัดรอบพรีเซลล์ที่ราคา 0.0136 ดอลลาร์ โดยสามารถระดมทุนไปแล้วราว 32 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 481 ล้านบาท สะท้อนความต้องการในช่วงเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา

โปรเจ็กต์นี้ถูกวางตัวเป็น ‘เลเยอร์2’ บนบิตคอยน์ ใช้โครงสร้างที่ผสาน ‘โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน (SVM)’ เพื่อรองรับความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมที่สูงและค่าธรรมเนียมต่ำ ขณะเดียวกันยังเน้นคง ‘โครงสร้างความปลอดภัยแบบบิตคอยน์’ เอาไว้เป็นฐาน ผ่านการออกแบบให้เชื่อมต่อด้วย ‘บริดจ์แบบกระจายศูนย์’ รองรับการเคลื่อนย้าย BTC และต่อยอดด้วยฟังก์ชัน *สมาร์ตคอนแทรกต์* เพื่อลดข้อจำกัดเดิมของเครือข่ายบิตคอยน์

ด้านผลตอบแทนฝั่งสเตกกิง ปัจจุบันโปรเจ็กต์เสนอรางวัลเฉลี่ยราว ‘36% ต่อปี’ เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมช่วงต้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะดุดตาท่ามกลางตลาดหลักอย่างบิตคอยน์ที่เริ่มนิ่งมากขึ้น

‘ความคิดเห็น’ เมื่อบิตคอยน์เข้าสู่ช่วงไร้ทิศทาง การเฝ้าดูว่า ‘เม็ดเงินกำลังไหลไปที่ไหน’ มักเป็นสัญญาณสำคัญของรอบถัดไป หากทุนใหญ่เริ่มไหลเข้าสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐานในระบบนิเวศบิตคอยน์มากขึ้น อาจสะท้อนการเตรียมตัวสำหรับเฟสการเติบโตชุดใหม่ของทั้งบิตคอยน์และเลเยอร์2 ที่เกี่ยวข้อง

ในระยะสั้น ภาวะ ‘ความผันผวนต่ำ’ ประกอบกับตัวแปรด้านมหภาคอย่างดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ รวมถึงความชัดเจนของ ‘อุปสงค์ฝั่งสถาบันผ่าน ETF’ จะยังเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาหลัก บิตคอยน์จึงอยู่ในจุดที่ตลาดต้องเลือกทาง ว่าจะเป็น ‘ฐานสะสมก่อนขึ้นรอบใหม่’ หรือ ‘ช่วงพักตัวก่อนย่อแรง’ ซึ่งคำตอบทั้งหมดจะชัดขึ้นหลังผ่านชุดตัวเลขเศรษฐกิจและการทดสอบแนวรับ–แนวต้านสำคัญในช่วงต่อจากนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1