บริษัทยักษ์คริปโตจ่อเข้า ‘รัสเซล 3000’ หนุนหวังสภาพคล่อง-เม็ดเงินสถาบันไหลเข้า
บริษัทร่วมอุตสาหกรรม ‘คริปโต’ ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐจำนวนมาก ถูกบรรจุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อชั่วคราวของดัชนี ‘รัสเซล 3000(Russell 3000)’ ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการ ‘ปรับตัวดีขึ้นของเม็ดเงินลงทุนและสภาพคล่อง’ เพิ่มสูงขึ้น ทั้งชาร์ปลิงก์(SharpLink), ฟอร์เวิร์ด อินดัสทรี(Forward Industry), เจมินิ(Gemini), แกล็กซี่ ดิจิทัล(Galaxy Digital) ต่างถูกรวมอยู่ในรายชื่อ และบางแห่งยังถูกมองว่ามีลุ้นเข้าดัชนี ‘รัสเซล 1000(Russell 1000)’ และ ‘รัสเซล 2000(Russell 2000)’ อีกด้วย
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ผู้ให้บริการดัชนี FTSE Russell ได้เปิดเผยรายชื่อเบื้องต้นสำหรับการปรับโครงสร้างดัชนี ‘รัสเซล 3000’ ซึ่งเป็นดัชนีที่ติดตามหุ้นจดทะเบียนในตลาดสหรัฐตามมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงสุด 3,000 อันดับ โดยมีเกณฑ์ขั้นต่ำอยู่ที่ราว 146.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การได้เข้าดัชนีสำคัญเช่นนี้มักถูกมองเป็น ‘ปัจจัยบวก’ เพราะกองทุนอีทีเอฟ(ETF) และกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) ที่ติดตามดัชนีจะต้องเข้าซื้อหุ้นตามน้ำหนักดัชนีโดยอัตโนมัติ ส่งผลต่อ ‘อุปสงค์’ และ ‘สภาพคล่อง’ ของหุ้นนั้นโดยตรง
ชาร์ปลิงก์มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ โดยโจเซฟ ชาลอม(Joseph Shalom) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุว่าบริษัทมีโอกาสถูกเพิ่มเข้าในดัชนี ‘รัสเซล 2000’ ด้วย เขามองว่าการเข้าดัชนีจะช่วย “ขยายฐานผู้ถือหุ้นและเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดทุนได้กว้างขึ้น” ด้านฟอร์เวิร์ด อินดัสทรี ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงินบนโซลานา(SOL) มีมูลค่าตลาดราว 350 ล้านดอลลาร์ จึงเข้าเกณฑ์สำหรับรัสเซล 2000 เช่นกัน ไลออน แนวี(Ryan Navi) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ระบุว่าการเข้าดัชนีจะ “ช่วยเพิ่มการมองเห็นในหมู่นักลงทุนสถาบันระยะยาว”
ไม่ใช่แค่บริษัทที่ใช้บิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) เป็นกลยุทธ์ด้านการเงินเท่านั้นที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อชั่วคราว บิตมายน์ อีเมอร์เจน เทคโนโลยีส์(Bitmain Emergen Technologies) ซึ่งเป็นบริษัทถือครองอีเธอเรียม(ETH) ก็ถูกรวมในรัสเซล 3000 ด้วยเช่นกัน โทมัส ลี(Thomas Lee) ประธานบริษัท ระบุว่าบริษัทได้ผ่านเกณฑ์มูลค่าตลาดที่ต้องการ และมีโอกาสลุ้นเข้าดัชนี ‘รัสเซล 1000’ ขณะที่แกล็กซี่ ดิจิทัลซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 11.55 พันล้านดอลลาร์ อยู่ในระดับที่ ‘เกินเกณฑ์’ ของรัสเซล 1000 อย่างชัดเจน ส่วนเจมินิซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 571 ล้านดอลลาร์ ถูกจัดว่าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของรัสเซล 2000
หากเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘รัสเซล 1000’ ได้จริง แกล็กซี่ ดิจิทัล และบิตมายน์จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็นวีเดีย(NVDA), ไมโครซอฟท์(MSFT), แอปเปิล(AAPL) และอัลฟาเบต(GOOGL) ซึ่งเป็นหุ้นบลูชิพรายใหญ่ของสหรัฐ FTSE Russell เตรียมประกาศบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมในวันที่ 5, 12 และ 18 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) ก่อนจะบังคับใช้โครงสร้างดัชนีใหม่ในวันที่ 26 มิถุนายน หลังปิดตลาดหุ้นสหรัฐอย่างเป็นทางการ
ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ราว 1 ดอลลาร์ต่อ 1,501.70 วอน การมีโอกาสถูกบรรจุในดัชนีรัสเซลครั้งนี้อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อ ‘เงื่อนไขการระดมทุน’ และ ‘ความเชื่อมั่นของตลาด’ ต่อบริษัทคริปโตในภาพรวม ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ากรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทคริปโตไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงหุ้นธีมหรือเก็งกำไรอีกต่อไป แต่เริ่มถูกจัดวางในฐานะผู้เล่น ‘กระแสหลัก’ ของตลาดทุนสหรัฐ การได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีอย่างเป็นทางการมีแนวโน้มช่วยเพิ่มปริมาณการซื้อขาย เพิ่มความต้องการจากฝั่งสถาบัน และอาจนำไปสู่การ ‘ปรับมูลค่ากิจการ (Re-rating)’ ของบริษัทคริปโตทั้งกลุ่มในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0