บิตคอยน์(BTC) ยังคงแกว่งตัวบริเวณ ‘แนวต้านสำคัญ’ แถว 78,000 ดอลลาร์ หลังร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์แล้วดีดกลับไม่สำเร็จ ทำให้โซนนี้ซึ่งเป็นทั้งต้นทุนของนักลงทุนระยะสั้นและราคาเฉลี่ยของตลาด กลายเป็นกำแพงสำคัญที่กดดันราคาในระยะสั้น
ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘กลาสโนด’ ระบุว่า เส้นต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครองระยะสั้นของบิตคอยน์อยู่ที่ราว 78,000 ดอลลาร์ ขณะที่ ‘ราคาเฉลี่ยที่เกิดการรับรู้มูลค่าในตลาด’ (Realized Market Average) อยู่ใกล้ ๆ กันที่ราว 78,300 ดอลลาร์ การที่ทั้งสองตัวเลขมาซ้อนกันเกือบจุดเดียว ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นระดับที่ผู้ซื้อช่วงหลังต้องการ “ขายคืนที่ทุน” และในเวลาเดียวกันก็เป็นกำแพงสำคัญที่ราคาต้องผ่านให้ได้หากจะไปต่อ
ตอนนี้บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 74,000–78,000 ดอลลาร์ โดยฝั่งล่างมีแรงซื้อพยายามป้องกันแนวรับ 74,000 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งบนถูกกดด้วยโซน 78,000 ดอลลาร์ซึ่งมีสัญญาณออนเชนกระจุกตัวอยู่ หากราคาทะลุออกจากกรอบนี้ได้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นตัวชี้ว่าภาพที่เห็นเป็นแค่การพักฐานในกรอบแคบ หรือกำลังจะเข้าสู่การปรับฐานลึกลงไปใต้ 70,000 ดอลลาร์
กลาสโนดอธิบายว่า เส้นต้นทุนผู้ถือระยะสั้นสะท้อนราคาเฉลี่ยที่นักลงทุนซึ่งถือเหรียญไม่ถึง 155 วันเข้าซื้อมา หรือก็คือโซน ‘จุดคุ้มทุน’ ที่ตลาดมักไวต่อการเปลี่ยนแปลงราคา เมื่อซ้อนทับเข้ากับราคาเฉลี่ยของเหรียญที่มีการเคลื่อนไหวซื้อขายจริงในตลาด (Realized Market Average) ทำให้บริเวณ 78,000 ดอลลาร์ถูกมองเป็น ‘จุดชี้ขาด’ สำคัญของแนวโน้มรอบนี้
อีกปัจจัยกดดันคือ ‘ความต้องการซื้อในตลาดสปอตที่แผ่วลง’ บิตคอยน์(BTC) เคยไหลลงไปแตะ 74,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนจะรีบาวด์ขึ้นมา แต่แรงดีดกลับค่อนข้างจำกัด ขณะเดียวกัน กองทุน ETF บิตคอยน์สปอตในสหรัฐก็เผชิญกระแสเงินไหลออกต่อเนื่อง ตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาโมเมนตัมกลับมาเป็นด้านลบ และในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดเกิดเงินไหลออกสุทธิราว 733.43 ล้านดอลลาร์
ณ วันเดียวกัน บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลงราว 3.4% ในช่วง 24 ชั่วโมง มาซื้อขายแถว 73,230 ดอลลาร์ คิดเป็นราว 10.96 ล้านบาทต่อบิตคอยน์ หากอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ต่อ 1,495 บาท นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า หากต้องการให้การรีบาวด์รอบนี้เดินหน้าต่อ แนวรับ 74,000 ดอลลาร์จำเป็นต้องถูกยืนยันอย่างแข็งแรงอีกครั้ง
ด้าน ‘อัตราส่วนกำไร–ขาดทุนที่รับรู้แล้ว’ (Realized P/L Ratio) จากกลาสโนดอยู่ที่ 1.56 ซึ่งบ่งชี้ว่ามีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดนับจากรอบฐานบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ แต่ยังห่างจากระดับ 2–5 ที่มักเห็นในช่วงเปิดตลาดกระทิงรอบใหญ่ ‘ความคิดเห็น’ ระดับตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ามีการทำกำไรบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นร้อนแรง ตลาดจึงอยู่ในสภาวะรอดูทิศทางมากกว่าจะ “ไล่ซื้อ” หนักเหมือนช่วงบูลรันเต็มตัว
ท้ายที่สุด หากบิตคอยน์(BTC) ไม่สามารถรวบรวมแรงซื้อเพียงพอที่จะทะลุแนวต้าน 78,000 ดอลลาร์ได้ ความเป็นไปได้สูงคือราคาจะเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัว โดยจับตา ‘แนวรับ 74,000 ดอลลาร์’ เป็นหลัก หากรับอยู่ก็มีโอกาสทรงตัวในกรอบไปก่อน แต่ถ้าหลุดลงมาอย่างมีนัยสำคัญ การปรับฐานครั้งนี้อาจลึกกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากคาดคิดไว้
ความคิดเห็น 0