บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบแถว ‘73,200ดอลลาร์’ แม้พยายามดีดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถยืนระยะได้ ขณะที่กระแสเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF บิตคอยน์แบบส pot ในสหรัฐ และการชะลอการสะสมเหรียญของ ‘วาฬ’ พร้อมกัน กลายเป็น ‘แรงกดดันคู่’ ที่ฉุดบรรยากาศการลงทุนระยะสั้นให้สั่นคลอนอีกครั้ง
ตามรายงานของสื่อ ต่างประเทศเมื่อวันที่ 28 (เวลาท้องถิ่น) กองทุน ETF บิตคอยน์แบบส pot ในสหรัฐมียอดเงิน ‘ไหลออกสุทธิ’ ราว 229ล้านดอลลาร์ และหากมองในกรอบรายสัปดาห์ ตัวเลขเงินทุนไหลออกสะสมแตะประมาณ 1.3พันล้านดอลลาร์ ทำให้โอกาสที่ตลาดจะเห็นการถอนเงินต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 สูงขึ้น การไหลออกของ ETF ลักษณะนี้มักกลายเป็นแรงกดดันต่อราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ โดยตรง เพราะทั้งลดสภาพคล่องในตลาด และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเวลาเดียวกัน
สัญญาณจากข้อมูล ‘ออนไชน์’ ก็สะท้อนภาพเดียวกัน คริปโตควอนท์(CryptoQuant) ระบุว่า ยอดถือครองของกลุ่มนักลงทุนขนาดกลางยังคงสร้าง ‘จุดสูงสุดที่ต่ำลง’ ต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อน ขณะที่ยอดถือครองของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘วาฬ’ ก็แทบไม่ขยับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองกลุ่มที่มักเป็นแรงซื้อสำคัญหยุดสะสมเหรียญพร้อมกัน ‘ความคิดเห็น’ มักตีความได้ว่าวงจรดีดตัวจากบริเวณใกล้จุดสูงสุดเริ่มอ่อนแรง และอาจเปิดทางให้ภาวะตลาดอ่อนตัวลากยาวออกไป
ด้านปัจจัยเชิงเทคนิค นักวิเคราะห์ยังจับตาผลกระทบจากตลาดออปชันและจุด ‘แนวสำคัญ’ ของราคา แพลตฟอร์มข้อมูลออนไชน์อย่าง กลาสโนด(Glassnode) ชี้ว่า บิตคอยน์(BTC) เพิ่งขึ้นไปทดสอบโซนราคาใกล้ ‘75,000ดอลลาร์’ ซึ่งเป็นระดับ ‘ราคาใช้สิทธิ’ (strike) ที่มีสถานะออปชันสะสมหนาแน่น และจัดอยู่ในโซน ‘โ gamma สูง’ หรือช่วงที่ตำแหน่งออปชันสามารถขยายความผันผวนของราคาได้มาก ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์(BTC) ถูกเทขายกดลงมาบริเวณประมาณ 72,500ดอลลาร์ในช่วงสั้น
กรีกส์ไลฟ์(Greeks.live) มองว่าการปรับฐานรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการใกล้ถึงกำหนด ‘หมดอายุออปชัน’ ขนาดใหญ่ โดยในฝั่งตลาดออปชันพบว่า ความผันผวนในกรอบระยะสั้นเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ ‘ความผันผวนแฝง’ ระยะยาวกลับเริ่มผ่อนคลายลง ‘ความคิดเห็น’ จึงประเมินได้ว่าผู้เล่นสถาบันจำนวนมากยังมองสถานการณ์เป็นเพียงการปรับฐานในกรอบจำกัด มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มเชิงโครงสร้างของตลาดบิตคอยน์(BTC) ในภาพใหญ่
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านขาลงยังไม่หายไป ตลาดส่วนใหญ่ใช้โซน ‘70,000ดอลลาร์’ เป็นแนวรับหลัก หากราคาหลุดลงไปอย่างชัดเจน มีโอกาสที่แรงขายและเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF จะเร่งตัวขึ้นอีกระลอก แต่หากบิตคอยน์(BTC) สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ ‘80,000ดอลลาร์’ ได้อย่างมั่นคง ก็มีโอกาสสูงที่เม็ดเงินใหม่จะไหลกลับเข้าสู่ตลาด พร้อมจุดกระแสการเก็งกำไรและฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนรอบใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐขยับขึ้นเล็กน้อย หลังมีรายงานเกี่ยวกับ ‘ความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ’ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงชั่วคราว สภาพแวดล้อมของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ โดยรวมจึงดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับบิตคอยน์(BTC) เองยังไม่เห็น ‘แรงขับเคลื่อน’ ใหม่ที่ชัดเจนพอจะหนุนให้เกิดการดีดตัวแรงในทันที
อัตราแลกเปลี่ยน ‘วอน–ดอลลาร์’ ล่าสุดยืนอยู่ที่ราว 1ดอลลาร์ต่อ 1,502.10วอน สะท้อนกระแสเงินทุนที่ยังคงระมัดระวังต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0