Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แบงก์ยักษ์สหรัฐผนึกกำลังปั้นโทเค็นฝากเงิน (TDN) ชนสเตเบิลคอยน์-สกัดดอลลาร์ดิจิทัล (CBDC)

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เตรียมจับมือสร้างเครือข่าย ‘โทเค็นฝากเงิน (Tokenized Deposit Network: TDN)’ เพื่อแย่งคืนอำนาจนำด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน และสกัดการเติบโตของ ‘สเตเบิลคอยน์’ และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC) ที่เริ่มรุกคืบเข้ามาในตลาดการชำระเงินทั่วโลก

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของสื่อการเงินต่างประเทศ ธนาคารชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง เจพีมอร์แกน เชส(JPM), ซิตีกรุ๊ป(C), แบงก์ออฟอเมริกา(BAC) และเวลส์ ฟาร์โก(WFC) กำลังร่วมกันพัฒนาโครงข่าย ‘โทเค็นฝากเงิน (TDN)’ ผ่านองค์กรชำระเงินระหว่างธนาคาร The Clearing House โดยมีเป้าหมายเปิดใช้งานในช่วงครึ่งแรกของปี 2027

TDN ถูกนำเสนอในเชิง ‘เพิ่มประสิทธิภาพ’ ของระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม ทั้งการโอนแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมงทุกวัน การชำระเงินแบบโปรแกรมได้ และการเคลื่อนย้ายเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์นั้นชัดเจนกว่านั้น คือการปิดทางการเติบโตของ ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘CBDC’ พร้อมรักษาให้ธนาคารยังคงเป็นศูนย์กลางของโครงสร้างการชำระเงินโลกต่อไป

โทเค็นฝากเงินไม่ใช่สินทรัพย์รูปแบบใหม่ แต่เป็นการนำ ‘เงินฝากเดิมในระบบธนาคาร’ มาแปลงสถานะให้อยู่บนบล็อกเชน ผ่านบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ โดยในเชิงกฎหมายและความเสี่ยงด้านเครดิตยังยึดตามกรอบเดิมของธนาคาร เพียงแต่เปลี่ยน ‘ความเร็วในการชำระเงิน’ และ ‘วิธีการใช้งาน’ ให้ทันสมัยขึ้น

ปัจจุบันระบบชำระเงินหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ เช่น เฟดไวร์(Fedwire) หรือระบบ RTP ยังมีข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาให้บริการและรอบการตัดยอด ในทางกลับกัน TDN ถูกออกแบบให้รองรับการโอนเงินแบบเรียลไทม์ได้ต่อเนื่องแม้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ

ช่วงเวลาเหล่านี้คือ ‘ช่องว่าง’ ที่ ‘สเตเบิลคอยน์’ อย่าง USDC เข้ามาแทรกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในมุมมองของฝ่ายการเงินของบริษัทขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ประสิทธิภาพ’ มากกว่าอุดมการณ์ เงินดอลลาร์ดิจิทัลที่ส่งข้ามโลกได้ทุกเมื่อจึงถูกเลือกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

โครงข่าย ‘โทเค็นฝากเงิน’ อย่าง TDN จึงพยายามปิดช่องว่างเรื่อง ‘เวลา’ ให้ใกล้เคียงกับสเตเบิลคอยน์ แต่ยังคงเก็บเงินทุนทั้งหมดไว้ในระบบธนาคารแบบดั้งเดิม

ที่ผ่านมาธนาคารหลายแห่งก็เริ่มพัฒนาโครงสร้างที่คล้ายกันแล้ว เจพีมอร์แกนใช้แพลตฟอร์มบล็อกเชนภายในชื่อ ‘คีเน็กซิส’ เพื่อรองรับการชำระเงินระหว่างสถาบัน และในปี 2026 ยังได้เปิดตัวโทเค็นฝากเงินบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 ‘เบส(Base)’ ของกระดานเทรดคริปโตชื่อดัง ‘คอยน์เบส(COIN)’ ขณะเดียวกัน ซิตีกรุ๊ปก็ให้บริการโอนเงินข้ามภูมิภาคแบบเรียลไทม์ระหว่างนิวยอร์ก ลอนดอน และฮ่องกง

TDN จะทำหน้าที่เป็น ‘เลเยอร์เชื่อมต่อ’ ที่รวมระบบที่เคยแยกกันเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันได้ โดยตั้งเป้าสร้างพูลสภาพคล่องเดียวที่รองรับธนาคารสหรัฐฯ เกือบทั้งระบบ กลายเป็นเครือข่ายชำระเงินระดับประเทศบนบล็อกเชน

ในมิติด้านนโยบาย โครงการ ‘โทเค็นฝากเงิน’ ยังสอดรับกับบรรยากาศทางการเมืองของสหรัฐฯ ปัจจุบันสภาคองเกรสมีท่าทีไม่สนับสนุนการออก ‘CBDC แบบค้าปลีก’ ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลเรื่องการสอดส่องธุรกรรมของประชาชนและแรงกดดันทางการเมือง ทำให้การอภิปรายเรื่อง ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ แทบหยุดนิ่ง

ธนาคารพาณิชย์จึงอาศัยจังหวะนี้ผลักดัน ‘ดอลลาร์โทเค็น’ เวอร์ชันภาคเอกชน หากภาคเอกชนสามารถให้บริการการโอน ‘โทเค็นดอลลาร์’ แบบ 24 ชั่วโมงได้อย่างครบวงจร เหตุผลที่ธนาคารกลางต้องออก CBDC ด้วยตนเองก็จะยิ่งลดลง

โครงสร้างดังกล่าวทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ในมุมมองของธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ ฝั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องรับแรงเสียดทานทางการเมืองจากการออก ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ เอง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์สามารถรักษาปริมาณเงินฝากเอาไว้ในระบบ และ ‘สเตเบิลคอยน์’ จากภาคคริปโตถูกจำกัดบทบาทลง

อีกปัจจัยสำคัญคือร่างกฎหมายกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์อย่าง ‘Clarity Act’ ที่อยู่ในขั้นตอนถกเถียง เนื้อหาบางส่วนเปิดช่องให้ ‘สเตเบิลคอยน์แบบจ่ายดอกเบี้ย’ ถูกกฎหมาย ซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเงินฝากธนาคาร

ธนาคารพาณิชย์จำนวนมากจึงแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนัก และมองว่าหาก ‘โทเค็นฝากเงิน (TDN)’ ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อย ธนาคารจะมี ‘ผลงานรูปธรรม’ ไปใช้ต่อรองในสมรภูมิกฎหมายสเตเบิลคอยน์ได้ง่ายขึ้น โดยอ้างได้ว่าระบบการชำระเงินดอลลาร์ดิจิทัลที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดนั้นมีอยู่แล้วในมือของธนาคาร

ฝั่งผู้ให้บริการอย่างซิตีกรุ๊ป มอง ‘โทเค็นฝากเงิน’ ชัดเจนในฐานะเครื่องมือปกป้องบทบาทของธนาคาร ชามีร์ คาลิค ผู้บริหารด้านบริการของซิตีกล่าวว่า เครือข่ายใหม่นี้คือ “อีกขั้นของการทำให้บทบาทของธนาคารแข็งแกร่งขึ้น” สะท้อนว่าธนาคารมอง ‘TDN’ ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคโนโลยี แต่เป็นยุทธศาสตร์รักษาอิทธิพลในระบบการเงิน

หัวใจของศึกครั้งนี้อยู่ที่ ‘ช่องทางส่งผ่านสกุลเงิน’ หรือเส้นทางที่สภาพคล่องจากธนาคารกลางไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริง ในระบบเดิม ธนาคารคือด่านสำคัญที่ควบคุมการไหลของเงิน หากโครงสร้างนี้ถูกย้ายขึ้นไปอยู่บนบล็อกเชนแต่ยังคงให้ธนาคารเป็นผู้ควบคุมเครือข่าย ‘โทเค็นฝากเงิน’ อำนาจเชิงโครงสร้างย่อมไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้ติดตามคริปโต ภาพของ ‘โทเค็นฝากเงิน’ อย่าง TDN จึงเป็นทั้งโอกาสและแรงกดดัน ด้านหนึ่งมันตอกย้ำว่าบล็อกเชนกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการเงินโลก แต่อีกด้านก็สะท้อนการตอบโต้จากภาคการเงินดั้งเดิม เพื่อลดพื้นที่ของ ‘สเตเบิลคอยน์’ และชะลอการเกิดขึ้นของ ‘CBDC’ ที่อาจเปิดช่องให้ผู้เล่นนอกภาคธนาคารก้าวเข้ามาแทรก

ท้ายที่สุด ‘โทเค็นฝากเงิน (TDN)’ เป็นทั้งการปรับตัวเชิงเทคโนโลยีและกลยุทธ์ป้องกันตัวของธนาคารพาณิชย์ ในสนามที่มีทั้ง ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘CBDC’ แข่งขันกันเพื่อยึดครองอำนาจนำในระบบการชำระเงินโลก การต่อสู้เพื่อช่วงชิงบทบาทผู้นำโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1