บิตคอยน์(BTC) กำลังขยับขึ้นไปทดสอบแนว 5.9 หมื่นดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางกระแส ‘รีบาวด์’ จากแรงขายต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมองสถานการณ์นี้ด้วยความระมัดระวังมากกว่าความมั่นใจ โดยมองว่า ‘การยืนเหนือ 6 หมื่นดอลลาร์ได้หรือไม่’ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการฟื้นตัวรอบนี้จะเปลี่ยนเป็น ‘ขาขึ้นใหม่’ หรือเป็นเพียงการดีดกลับชั่วคราวเท่านั้น
ข้อมูลบนแพลตฟอร์มอาคัม(Arkham) เมื่อวันที่ 13 ระบุว่า หลังเผชิญแรงกดดันจากฝั่งอุปทานและบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตลอดช่วงที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว แต่บรรดานักลงทุนและเทรดเดอร์รายใหญ่ยังคงระแวงกับความไม่แน่นอน โดยเน้นจับตาระดับราคาหลักของบิตคอยน์(BTC) อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ และ ‘ความไม่ชัดเจนด้านกฎเกณฑ์คริปโต’ ในฝั่งสหรัฐยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ระดับ 5.9 หมื่นดอลลาร์ถูกมองว่าเป็น ‘เส้นแบ่ง’ ที่แรงซื้อระยะสั้นและแรงขายทำกำไรจะปะทะกันอย่างเข้มข้น
บริเวณนี้ถือเป็นโซนที่สภาพคล่องและสถานะ *มูลค่าสัญญาคงค้าง* ในตลาดอนุพันธ์หนาแน่น จึงมีโอกาสที่ข่าวหรือปัจจัยเล็กน้อยจะกระตุ้นให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้ ‘ง่ายกว่าปกติ’ นักวิเคราะห์บางรายจึงเตือนว่าการที่ราคาฟื้นตัวเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปว่าตลาดได้กลับเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว
ความคิดเห็น ตลาดจำนวนไม่น้อยมองว่าการประเมินทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) ตอนนี้ ต้องดูภาพรวมหลายด้านควบคู่กัน ทั้ง ‘กระแสเงินไหลเข้า-ออกกองทุน ETF’, ‘ความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินบนกระดานเทรด’ ไปจนถึง ‘การปรับสมดุลของสถานะฟิวเจอร์ส’ ที่อาจสะท้อนการกลับตัวของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดเพียงครั้งเดียว แต่คือการที่แนวโน้มดังกล่าวสามารถรักษาโมเมนตัมต่อเนื่องได้หรือไม่
หากบิตคอยน์(BTC) ไม่สามารถเบรกและยืนเหนือแนว 6 หมื่นดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน การฟื้นตัวรอบนี้มีโอกาสสูงที่จะถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบแคบๆ และอาจกลับไปเคลื่อนไหวผันผวนด้านข้างหรืออ่อนตัวลงอีกครั้ง นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกใช้โซน 5.9–6 หมื่นดอลลาร์เป็นกรอบในการวัด ‘ความแข็งแรงของแรงซื้อจริง’ แทนที่จะมองเพียงการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้น
ท้ายที่สุด การขยับขึ้นรอบนี้จึงถูกมองว่าเป็น ‘ช่วงทดสอบทิศทาง’ ของบิตคอยน์(BTC) อย่างแท้จริง ตลาดกำลังจับตาว่าเม็ดเงินจะไหลกลับสู่สินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหรือไม่ และแรงซื้อจากทั้งฝั่ง ETF, นักลงทุนสถาบัน และรายย่อย จะมากพอที่จะผลักดันราคาให้ยืนเหนือ 6 หมื่นดอลลาร์ได้หรือเปล่า ทิศทางการเทรดในไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวชี้ชัดว่าการรีบาวด์นี้คือจุดเริ่มของแนวโน้มใหม่ หรือเป็นเพียงช่วงพักหายใจสั้นๆ ก่อนเข้าสู่ความผันผวนรอบถัดไปเท่านั้น
ความคิดเห็น 0