บริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล ‘ฟิเนเคีย(Fineqia AG)’ ประกาศความร่วมมือกับ ‘คอปเปอร์(Copper)’ บริษัทผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลจากลอนดอน เพื่อเสริมสร้างระบบการคุ้มครองสำหรับผลิตภัณฑ์ ‘ETN’ ของตน ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับสินทรัพย์อ้างอิงของ ETN ที่ฟิเนเคียออกแบบและบริหาร
ภายใต้ข้อตกลง คอปเปอร์จะทำหน้าที่ดูแล ETN ซึ่งอ้างอิงกับ ‘คาร์ดาโน(ADA)’ รวมถึงผลิตภัณฑ์ ETN อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล ขณะนี้ ETN ของฟิเนเคียซึ่งเป็น ‘FTSE คาร์ดาโน รีเทิร์น ETN’ มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่ากว่า 45 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 653 พันล้านวอน) และสามารถซื้อขายได้บนตลาดหลักทรัพย์เวียนนา ในอนาคต ฟิเนเคียยังมีแผนขยายผลิตภัณฑ์ ETN ที่ใช้ ‘บิตคอยน์(BTC)’, ‘อีเธอเรียม(ETH)’, ‘อาวาแลนช์(AVAX)’ และ ‘โทรอน(TRX)’ เป็นสินทรัพย์อ้างอิง
คอปเปอร์ได้รับการสนับสนุนจาก 'บาร์เคลย์ส(Barclays)’ ธนาคารรายใหญ่ของอังกฤษ โดยนำเสนอระบบดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนสถาบัน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่กำลังหันมาให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบริการคัสโตดี
ฟิเนเคียย้ำว่า เป้าหมายหลักของข้อตกลงนี้คือการปกป้องสินทรัพย์ของลูกค้าจาก ‘การโจรกรรม’, ‘การสูญหาย’ และ ‘การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต’ พร้อมเน้นว่ายังคงมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ปลอดภัยและโปร่งใส
ในขณะเดียวกัน ความต้องการบริการคัสโตดีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลจากนักลงทุนสถาบันในอเมริกาเหนือกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ปีที่ผ่านมา บริษัท ‘ทอรัส(Taurus)’ และ ‘ไฟร์บล็อกส์(Fireblocks)’ ได้เข้าสู่ตลาดคัสโตดีอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ ‘คราเคน(Kraken)’ และ ‘คอยน์เบส(Coinbase)’ ก็เร่งเสริมความแข็งแกร่งของบริการในส่วนนี้
‘บิทโก(BitGo)’ หนึ่งในบริษัทดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของสหรัฐ ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มคัสโตดีที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เช่นเดียวกับ ‘คริปโตดอทคอม(Crypto.com)’ ที่เปิดตัวบริการคัสโตดีใหม่สำหรับนักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ฟิเนเคียและคอปเปอร์จะสามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดทุนสถาบันได้อย่างไร นับเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง
ความคิดเห็น 0