บิตคอยน์(BTC) กำลังซื้อขายอยู่ที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลราว 50% ท่ามกลางภาวะ ‘ตลาดหมี’ ที่ยืดเยื้อมากว่า 40 สัปดาห์ ขณะเดียวกันมีมุมมองจากนักวิเคราะห์ว่าโครงสร้างราคารอบนี้เริ่มคล้ายกับช่วง ‘ใกล้สร้างฐาน’ ในอดีต โดยชี้ว่าอินดิเคเตอร์ระยะยาวสำคัญ 4 ตัวกำลัง ‘บรรจบกัน’ ในโซนเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดน่าจะขยับจากช่วงเริ่มต้นของขาลง มาสู่ช่วง ‘ปลายไซเคิล’ มากขึ้น
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของสื่อคริปโตต่างประเทศ ระบุว่า บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่ใกล้กรอบล่างของโมเดลระยะยาวที่เรียกว่า ‘พาวเวอร์โลว์’ ซึ่งใช้ติดตามโซนราคาต่ำสุดในแต่ละวัฏจักรของตลาดคริปโต โมเดลนี้ถูกอ้างว่ามีความแม่นยำทางประวัติศาสตร์ราว 96% ในการบ่งชี้ช่วงราคาพื้น แต่ตอนนี้ราคายังไม่ทะลุหลุดกรอบล่างลงไปอย่างชัดเจน เพียงแต่วิ่งอยู่ในโซนที่ต่ำที่สุดของช่วงดังกล่าวเท่านั้น ‘พาวเวอร์โลว์’ จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจกำลังส่งสัญญาณเข้าใกล้จุด ‘บอตทอม’ ของรอบนี้
บิตคอยน์(BTC) ยังถูกมองว่าอยู่ในภาวะอ่อนแอสุดขั้วเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นอย่างดัชนีแนสแด็ก เช่นกัน อินดิเคเตอร์อัตราส่วนบิตคอยน์ต่อแนสแด็กบนกรอบ ‘14 สัปดาห์’ ซึ่งใช้วัดแรงสัมพัทธ์ของราคาตั้งแต่ปี 2015 เคยส่งสัญญาณลักษณะนี้เพียง 3 ครั้ง คือในปี 2015, 2019 และ 2022 และตอนนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยค่าปัจจุบันอยู่ราวระดับ 72 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ที่สำคัญคือการยืนอยู่ในโซนสุดขั้วนี้ต่อเนื่องเกิน 24 สัปดาห์ ถือเป็นครั้งแรก
นักวิเคราะห์รายเดิมย้ำว่า ในรอบปี 2022 หลังจากสัญญาณเดียวกันนี้เกิดขึ้น บิตคอยน์(BTC) ยังร่วงลงต่ออีกราว 30% ก่อนจะตั้งฐานได้ อย่างไรก็ตาม ในทุกกรณีก่อนหน้า หลังผ่านช่วงย่อตัวแรงไปแล้ว ‘1–3 ปีถัดมา’ บิตคอยน์(BTC) มักจะให้ผลตอบแทนแซงหน้าแนสแด็กอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีมุมมองว่าแม้ระยะสั้นยังเสี่ยงผันผวนลงต่อ แต่ในกรอบเวลาหลายปี ‘โซนสุดขั้ว’ แบบนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นใหม่ตามสถิติในอดีต ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนสายระยะยาวอาจมองภาวะนี้เป็นโอกาสสะสมมากกว่าจะเป็นจุดทิ้งของ
เมื่อเทียบกับทองคำ ภาพก็เอนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน โดยบิตคอยน์(BTC) ถูกประเมินว่าอยู่ใกล้ภาวะ ‘ขายมากเกินไป’ หรือ ‘โอเวอร์โซลด์’ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเคยทะยานขึ้นเข้าสู่โซน ‘ซื้อมากเกินไป’ หรือ ‘โอเวอร์บอต’ เมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC) ในระดับที่ไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์ นั่นหมายความว่าราคาบิตคอยน์(BTC) เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนกับทองคำกำลังถูกมองว่าถูก ‘ตีมูลค่าต่ำเกินจริง’ อย่างมีนัยสำคัญ
อีกหนึ่งตัวเลขที่ถูกจับตาอย่างหนักคือ ‘ราคาเฉลี่ยถัวเฉลี่ยบนเครือข่าย’ หรือ ‘Realized Price’ ของบิตคอยน์(BTC) ซึ่งตอนนี้อยู่บริเวณราว 53,000 ดอลลาร์ แนวคิดของ ‘ราคาที่ได้นำมาคิดแล้ว’ นี้คือการนำต้นทุนซื้อขายจริงของทุกเหรียญในระบบมาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ย แต่เนื่องจากยังมีเหรียญที่สูญหายไป หรือเหรียญเก่าที่ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ทำให้ค่าดังกล่าวมักจะต่ำกว่าต้นทุนที่สะท้อนในตลาดจริงอยู่เล็กน้อย
ในอดีตรอบไซเคิลก่อนหน้า เคยมีหลายครั้งที่ราคาตลาดของบิตคอยน์(BTC) หลุดต่ำกว่า ‘Realized Price’ ลงไปประเดี๋ยวเดียว ก่อนจะไหลลงต่ออีกช่วงหนึ่ง ทว่าหากมองในกรอบเวลาถัดมา 150 สัปดาห์ ผลตอบแทนแทบทุกครั้งกลับกลายเป็นบวก นั่นทำให้โซนใกล้เคียงหรือใต้เส้น 53,000 ดอลลาร์ กลายเป็นระดับที่นักลงทุนสายวัฏจักรใช้เป็น ‘เขตสะสมระยะยาว’ ตามสถิติที่ผ่านมา
ด้านมิติเวลา นักวิเคราะห์ประเมินว่าตลาดหมีรอบนี้ได้กินเวลามาแล้วราว 40 สัปดาห์ หรือมากกว่าสองในสามของค่าเฉลี่ยรอบก่อน ๆ ที่มักยืดเยื้อราว 60 สัปดาห์ หากใช้ประวัติศาสตร์เป็นกรอบอ้างอิง ภาวะปัจจุบันจึงถูกจัดว่าน่าจะเข้าสู่ช่วง ‘ท้าย’ ของตลาดขาลง มากกว่าช่วงต้นของการปรับฐาน ขณะเดียวกัน บางโมเดลคาดการณ์ว่าโซนการสร้าง ‘จุดต่ำสุด’ ของรอบนี้อาจอยู่ราวช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ย้ำว่าเนื่องจากมีเพียง 3 วัฏจักรถูกบันทึกอย่างครบถ้วนในอดีต ความน่าเชื่อถือของการคาดการณ์เวลาแบบเป๊ะ ๆ จึงยังมีข้อจำกัดสูง
ฝั่งงานวิจัยของบล็อกเวิร์กส์(Blockworks) โดยนักวิเคราะห์ ลุค เลเซิร์ฟ(Luke Lizzarv) เสนอโมเดลอีกชุดที่มองว่าความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) มีโอกาสยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายปี 2026 โดยในกรอบปี 2027–2028 สภาพตลาดอาจเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงที่เป็นมิตรกว่าต่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม โมเดลดังกล่าวไม่ได้ตั้ง ‘ราคาเป้าหมาย’ เอาไว้ แต่เป็นเพียงการตีความรูปแบบในอดีตว่า ‘เฟสของวัฏจักร’ อาจขยับไปในทิศทางใดมากกว่า
ในทางมหภาค ภาวะ ‘การดูดสภาพคล่อง’ จากธนาคารกลางหลักทั่วโลกยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงบิตคอยน์(BTC) ด้วย แต่ด้วยธรรมชาติของตลาดคริปโตที่มักเคลื่อนไหว ‘นำหน้า’ สินทรัพย์อื่น นักลงทุนบางส่วนจึงมองว่า บิตคอยน์(BTC) อาจกำลังสะท้อนผลกระทบของนโยบายการเงินที่ตึงตัวไปล่วงหน้ามากพอสมควรแล้ว
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญของตลาดคือ ‘ปลายทาง’ ของตลาดหมีรอบนี้อยู่ห่างออกไปอีกแค่ไหน นักกลยุทธ์จำนวนไม่น้อยมองว่าจุดชี้ขาดอยู่ที่ว่า บิตคอยน์(BTC) จะยังสูญเสีย ‘มูลค่าสัมพัทธ์’ เมื่อเทียบกับแนสแด็กและทองคำลงต่อ หรือจะเริ่มส่งสัญญาณ ‘รีบาวด์ก่อนใคร’ เพื่อยืนยันว่ากำลังเดินเข้าสู่ช่วงท้ายของขาลงแล้ว ‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้เล่นระยะยาว การเคลื่อนไหวของบิตคอยน์(BTC) เมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นเทคและทองคำในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยระบุว่าเรายืนอยู่ใกล้ ‘ก้นหลุม’ ของวัฏจักรรอบนี้มากแค่ไหน
ความคิดเห็น 0