Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Hyperliquid ปฏิวัติดีไฟ สร้างเลเยอร์สภาพคล่องรวม ดันตลาด Perpetual และ RWA พุ่ง

ตลาดดีไฟกำลังถูกเขย่าอย่างจริงจัง เมื่อ ‘ยูนิตของสภาพคล่อง’ กลายเป็นสินทรัพย์หลักที่ทุกคนอยากเข้าถึง แพลตฟอร์มเทรดแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ที่โฟกัสตลาด ‘สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ (Perpetual Futures)’ กำลังเร่งขยายตัวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของดีไฟ ด้วยโมเดล ‘ยูโธงสภาพคล่องรวม’ ที่ใครก็สามารถนำไปต่อยอดบริการของตัวเองได้

ไฮเปอร์ลิควิดเปิดตัวครั้งแรกในช่วงต้นปี 2023 โดย เจฟฟ์ แยน และนักพัฒนานิรนามที่ใช้ชื่อว่า ‘อิเลียนซิงก์(iliensinc)’ แพลตฟอร์มนี้ชูจุดเด่นที่การเทรด ‘เลเวอเรจ’ ในสัญญา ‘Perpetual’ ที่ไม่มีวันหมดอายุ พร้อมสมุดคำสั่งซื้อขายที่ลึกและปริมาณการเทรดสูง จนดึงดูดเทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนมากเข้ามาใช้งาน จากเดิมที่เป็นเพียงแค่ ‘เว็บเทรด’ ปัจจุบันโครงสร้างของไฮเปอร์ลิควิดกำลังขยายไปสู่การเป็นเลเยอร์หลักของดีไฟที่เน้น ‘การประกอบสร้างต่อกันได้ (Composability)’ ระหว่างโปรโตคอล

หัวใจของแพลตฟอร์มอยู่ที่โครงสร้างเข้ากันได้กับอีเธอเรียมอย่าง ‘ไฮเปอร์EVM’ และบล็อกเชนหลักอย่าง ‘ไฮเปอร์คอร์’ ทั้งสองส่วนถูกออกแบบมาเพื่อให้แอปพลิเคชันภายนอกไม่จำเป็นต้องไปสร้าง ‘สภาพคล่อง’ แยกของตัวเอง แต่สามารถเลือกขึ้นบริการอยู่บน ‘พูลสภาพคล่องร่วม’ เดียวกันได้ นั่นหมายความว่า ทั้งกระเป๋าสตางค์คริปโตและแพลตฟอร์มเทรดรายอื่น สามารถใช้โครงสร้างของไฮเปอร์ลิควิดในการให้บริการ ‘เทรด Perpetual’ แก่ผู้ใช้งานของตัวเองได้โดยตรง

โครงสร้างแบบนี้ช่วยเร่ง ‘เอฟเฟกต์เครือข่าย’ อย่างรุนแรง ยิ่งมีนักพัฒนาและโปรเจ็กต์เข้ามาร่วมมากเท่าไร สภาพคล่องก็ยิ่งลึก และตลาดก็ยิ่งคึกคัก ปัจจุบันมีนักพัฒนานับหลายร้อยราย รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่อย่าง เมตามาสก์(MetaMask), แฟนทอม(Phantom) และกระดานเทรดจากแอฟริกาใต้ VALR เข้าร่วมในระบบ ‘Builder Code’ ของไฮเปอร์ลิควิด โดยมียอดรายได้สะสมรวมแล้วราว 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,310 ล้านบาท)

ในมุมของตลาด หลายฝ่ายมองว่าไฮเปอร์ลิควิดไม่ได้เป็นแค่ ‘กระดานเทรด’ แต่กำลังกลายเป็น ‘AWS แห่งโลกการเงิน’ อย่างแท้จริง ‘ความคิดเห็น’ ฮันซู เจียน(Hansu Jian) ซีอีโอของ Hyperion DeFi มองว่า “บริการหลักที่แพลตฟอร์มนี้ส่งมอบ ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเทรด แต่คือ ‘สภาพคล่อง’ ที่ทุกคนสามารถนำไปสร้างบริการทางการเงินต่อได้เหมือนเป็นเลเยอร์ 1 ด้านอินฟราสตรักเจอร์”

โมเดลรายได้และการแบ่งบทบาทก็คล้ายกับ AWS อย่างชัดเจน ฝั่ง ‘บิลเดอร์’ หรือผู้พัฒนาจะรับผิดชอบเรื่องหน้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เฟซผู้ใช้ การหาลูกค้า และการให้บริการลูกค้า ส่วนฝั่งไฮเปอร์ลิควิดจะโฟกัสที่ ‘เครื่องยนต์จับคู่คำสั่ง’ และ ‘สภาพคล่อง’ ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องลงทุนสร้างแบ็กเอนด์ซื้อขายเอง แต่ยังสามารถเก็บส่วนแบ่งจากค่าธรรมเนียมการเทรดได้อย่างต่อเนื่อง

ทิศทางของเมตามาสก์คือกรณีศึกษาที่ชัดเจน เมื่อผู้ใช้สามารถ ‘เทรด Perpetual ได้โดยตรงจากในกระเป๋า’ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อแอปภายนอกเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 เป็นต้นมา คำสั่งซื้อขายของผู้ใช้จะถูกส่งไปยังสมุดคำสั่งของไฮเปอร์ลิควิดโดยตรง ทำให้สามารถใช้สภาพคล่องและคุณภาพการจับคู่คำสั่งเดียวกับแพลตฟอร์มหลัก เมตามาสก์ให้เหตุผลว่า “กลไกการจับคู่คำสั่งซื้อขายเป็นเรื่องซับซ้อนมาก การพยายามสร้างเองทั้งหมดไม่คุ้มค่า เมื่อมีแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญอยู่แล้ว การเชื่อมต่อเข้าหาความเชี่ยวชาญนั้นจึงมีประสิทธิภาพกว่า”

ตลาด ‘Perpetual’ เองก็กำลังเติบโตในมิติเชิงสินทรัพย์ จากเดิมที่เน้นเทรดเฉพาะคริปโต ปัจจุบันสัดส่วนการเทรดบน ‘สินทรัพย์โลกจริง (RWA)’ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์และหุ้น ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 25% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2026 สัญญาณนี้สะท้อนว่า ‘ดีไฟ’ กำลังค่อยๆ ขยายพื้นที่จากคริปโต ไปสู่การเชื่อมต่อกับตลาดการเงินดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ตอนนี้แม้แต่กระดานเทรดแบบศูนย์กลางก็เริ่มมาใช้สภาพคล่องของไฮเปอร์ลิควิดเช่นกัน VALR กระดานเทรดจากแอฟริกาใต้เคยพยายามสร้างตลาด Perpetual ของตัวเอง แต่ติดปัญหาด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของตลาด สุดท้ายจึงเลือกเชื่อมต่อเข้ากับไฮเปอร์ลิควิด ฟาร์ซาม เอฮ์ซานี(Farzam Ehsani) ซีอีโอของ VALR ระบุว่า “ปริมาณซื้อขายจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมั่น แต่กระดานเดียวไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นนั้นได้อย่างเพียงพอ”

มองไปข้างหน้า เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดการเงินอย่าง โรบินฮูด(ROBINHOOD), โคอินเบส(COIN) และ อินเตอร์คอนติเนนทัล เอ็กซ์เชนจ์(ICE) เดินหน้าเข้าสู่ตลาด Perpetual อย่างเต็มตัว โอกาสทำกำไรจาก ‘อาร์บิทราจระหว่างกระดาน’ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การมีหลายแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงหรือใช้สภาพคล่องร่วมกัน จะทำให้เกิด ‘Non-Toxic Flow’ หรือกระแสการเทรดที่ไม่ได้ทำลายสมดุลตลาด แต่กลับช่วยให้การค้นหาราคาที่เหมาะสมเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท้ายที่สุด ไฮเปอร์ลิควิดกำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก ‘เว็บเทรดดีไฟ’ มาเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านสภาพคล่อง’ อย่างเต็มตัว ท่ามกลางการแข่งขันของแพลตฟอร์มดีไฟที่กำลังหันมาโฟกัสที่ ‘ใครสามารถดึงดูดสภาพคล่องและผู้เล่นได้มากกว่ากัน’ การแย่งชิงนักพัฒนา โปรเจ็กต์ และพาร์ตเนอร์รายใหญ่ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางอำนาจในตลาดดีไฟรอบใหม่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นบน ‘ชั้นสภาพคล่อง’ เดียวกันนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1