ดัชนีคอสปี(KOSPI) ร่วงลงราว 40% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน หลังแรงซื้อจากกระแสธีม AI แผ่วลง ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่ใช้เลเวอเรจลงทุนในซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(005930) และเอสเค ไฮนิกซ์(000660) ขาดทุนมากขึ้น ความคิดเห็นในตลาดมองว่าแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกับการลดหนี้เลเวอเรจ จึงยิ่งกดดันดัชนีให้ปรับตัวลงแรง
เมื่อวันที่ 30 ไฟแนนเชียลไทมส์(Financial Times) รายงานว่า คอสปีอาจทำสถิติร่วงรายเดือนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังปรับตัวลงประมาณ 40% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ถูกแรงขายเร่งตัวกดดัน ทำให้ดัชนีลดลงราว 16% ภายในสองวันทำการ และลงไปอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน อย่างไรก็ดี หุ้นทั้งสองตัวยังเพิ่มขึ้นจากต้นปีประมาณ 70% และ 112% ตามลำดับ
นักลงทุนรายย่อยกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปีนี้ หลังพลาดช่วงตลาดปี 2025 ที่ดัชนีปรับขึ้น 75% นักลงทุนจำนวนมากเพิ่มสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีผ่านสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์และ ETF เลเวอเรจรายหุ้น ข้อมูลของโคเรีย อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ระบุว่า ในกลุ่มลูกค้า 880,000 รายที่ซื้อซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เกือบครึ่งอยู่ในสถานะขาดทุน ส่วนผู้ลงทุน 408,000 รายที่ซื้อเอสเค ไฮนิกซ์ ราว 70% กำลังขาดทุน
เงินสดรอการลงทุนในบัญชีหลักทรัพย์ลดลงจากจุดสูงสุดเดือนมิถุนายนที่ 139.7 ล้านล้านวอน เหลือ 107 ล้านล้านวอน ขณะที่ยอดสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนก่อนที่ 38.6 ล้านล้านวอน เหลือ 33.2 ล้านล้านวอน การปรับลดเลเวอเรจดังกล่าวนำไปสู่การบังคับขายจำนวนมาก
ETF เลเวอเรจรายหุ้น 16 กองทุนที่อ้างอิงซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลเกาหลีใต้อนุมัติเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ถูกชี้ว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลขาดทุนของรายย่อยขยายตัว โดยกองทุนส่วนใหญ่ร่วงลงมากกว่า 60% นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ตลาดจึงยังจับตาว่าแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และการลดเลเวอเรจจะกดดันคอสปีต่อไปเพียงใด
ความคิดเห็น 0