ผู้ใช้ X(เดิมคือทวิตเตอร์) ชื่อ cprkrn กู้คืนบิตคอยน์(BTC) จำนวน 5 BTC มูลค่าประมาณ 400,000 ดอลลาร์ จากวอลเล็ตที่เปิดไม่ได้มานาน หลังแชตบอตปัญญาประดิษฐ์(AI) โคลด(Claude) พบ ‘บั๊ก’ ที่ซ่อนอยู่ในโปรแกรมกู้คืนรหัสผ่าน
คริปโตบรีฟฟิง(CryptoBriefing) รายงานว่า cprkrn เพิ่งกู้วอลเล็ตกลับมาได้ หลังใช้เครื่องมือโอเพนซอร์สสำหรับกู้รหัสผ่านชื่อ ‘btcrecover’ ทดลองชุดรหัสไปแล้วมากกว่า 3.5 ล้านล้านครั้ง แต่ยังเปิดไม่สำเร็จ ช่วงเวลาที่วอลเล็ตถูกเปิดได้ถูกระบุว่าอยู่ราววันที่ 13–14 พฤษภาคม
cprkrn เก็บไฟล์สำรองวอลเล็ตที่เข้ารหัสไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 เขานำไฟล์ดังกล่าวและโค้ดของเครื่องมือกู้คืนไปให้โคลดของแอนโทรปิก(Anthropic) ตรวจสอบ โคลดไม่ได้เจาะวอลเล็ตจากระยะไกล และไม่ได้สุ่มเดา seed phrase แต่ตรวจไฟล์กับโค้ดที่เก็บอยู่ในเครื่อง แล้วชี้จุดบกพร่องในตรรกะของ btcrecover
ปัญหาอยู่ที่วิธีรวม shared key กับรหัสผ่าน เมื่อแก้บั๊กดังกล่าว ชุดรหัสที่เคยล้มเหลวก็ใช้งานได้ทันที กรณีนี้จึงถูกมองว่าเป็นการใช้ AI ช่วยตรวจข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์กู้คืน มากกว่าการเจาะระบบเข้ารหัสของบิตคอยน์
cprkrn อ้างว่าเขาพยายามกู้วอลเล็ตนี้มานาน 11 ปี อย่างไรก็ตาม ไฟล์สำรองวอลเล็ตที่ตรวจสอบได้ลงวันที่เดือนธันวาคม 2019 ซึ่งห่างจากช่วงกู้คืนราว 6 ปี ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันระยะเวลาที่วอลเล็ตถูกล็อกไว้อย่างแน่ชัด
เรื่องนี้แพร่กระจายผ่าน X, Tom's Hardware และมูลนิธิบิตคอยน์(Bitcoin Foundation) ระหว่างนั้นมีการกล่าวอ้างว่า ‘Claude Code พบช่องโหว่ภายใน 8 นาที’ แต่คริปโตบรีฟฟิงระบุในรายงานแรกว่า ระยะเวลาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน
คริปโตบรีฟฟิงระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่กรณีที่ระบบเข้ารหัสของบิตคอยน์ถูกเจาะ แต่เป็นตัวอย่างที่ AI พบข้อบกพร่องในโค้ดของซอฟต์แวร์กู้คืน ปัจจุบันมีบิตคอยน์ที่ถูกประเมินว่าสูญหายถาวรราว 3 ล้านถึง 4 ล้าน BTC
กรณีของ cprkrn ทำให้เกิดคำถามว่า บิตคอยน์บางส่วนที่เคยถูกจัดว่า ‘สูญหายถาวร’ อาจมีโอกาสกู้คืนได้ในทางทฤษฎีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจุดยืนอย่างเป็นทางการจาก cprkrn, แอนโทรปิก หรือผู้ดูแล btcrecover
ความคิดเห็น 0