ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) กลับมาซื้อ ‘ทองคำแท่งจริง’ อีกครั้งในรอบ 13 ปี หลังหยุดซื้อไปตั้งแต่ปี 2013 เคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ในทุนสำรองระหว่างประเทศ มากกว่าจะเป็นการเดิมพันทิศทางราคาทองคำ
สำนักข่าว Blockbeats รายงานว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้กลับมาซื้อทองคำแท่งจริงอีกครั้งหลังหยุดไปนาน 13 ปี
ตามข้อมูลทุนสำรองระหว่างประเทศที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 อยู่ที่ 427,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 611.1248 ล้านล้านวอน) ในจำนวนนี้เป็นทองคำมูลค่า 4,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8497 ล้านล้านวอน) หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.1% ของทุนสำรองทั้งหมด
ทุนสำรองระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ประกอบด้วยหลักทรัพย์ 380,340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 543.8862 ล้านล้านวอน) เงินฝาก 22,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31.8461 ล้านล้านวอน) สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR) 15,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 22.3652 ล้านล้านวอน) และสถานะกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) 4,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.1633 ล้านล้านวอน)
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ซื้อทองคำสะสม 90 ตันในช่วงปี 2011-2013 ก่อนหยุดซื้อเพิ่มไปนานถึง 13 ปี ปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปริมาณทองคำที่ถือครองอยู่ที่ 104.4 ตัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ซื้อทองคำแท่งบริสุทธิ์เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี
ประเด็นสำคัญของการซื้อครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณมหาศาล แต่อยู่ที่การ ‘เปิดใช้’ ช่องทางซื้อทองคำแท่งจริงที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานถึง 13 ปีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขนาดการซื้อจริง ช่วงเวลาการทำธุรกรรม และการซื้อซ้ำในอนาคตยังไม่มีการเปิดเผย
Blockbeats รายงานว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้เข้าซื้อทองคำจากปริมาณที่ผู้ผลิตทองคำในประเทศเตรียมส่งออก ผ่านการซื้อขายแบบบล็อกเทรด (Block Trade) ในตลาดทองคำของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange - KRX) โดยมีองค์กรรับฝากหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Securities Depository - KSD) ทำหน้าที่ชำระราคาและเก็บรักษา
ตลาดทองคำ KRX เป็นตลาดซื้อขายทองคำจริงในกระดาน ซื้อขายทองคำบริสุทธิ์ 99.99% เป็นหน่วยกรัม ทองคำที่ซื้อผ่านตลาดนี้จะถูกเก็บรักษาโดยองค์กรรับฝากหลักทรัพย์เกาหลี ส่วนการซื้อขายแบบบล็อกเทรดคือการตกลงซื้อขายปริมาณมากตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แยกจากการซื้อขายแบบเสนอราคาทั่วไป
การเลือกซื้อจากปริมาณที่เตรียมส่งออกทำให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ไม่ต้องดูดซับทองคำที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดภายในประเทศโดยตรง การใช้วิธีบล็อกเทรดร่วมกับโครงสร้างการเก็บรักษาที่มีอยู่เดิม จึงถูกมองว่าเป็นแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่ออุปสงค์-อุปทานทองคำในระยะสั้น
สภาทองคำโลก (World Gold Council) เปิดเผยว่าธนาคารกลางและหน่วยงานภาครัฐทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 243.7 ตันในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยธนาคารกลางโปแลนด์เพิ่มการถือครอง 31 ตัน ธนาคารกลางอุซเบกิสถานเพิ่ม 25 ตัน และธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่ม 7 ตัน
ทองคำมีข้อดีตรงที่ช่วยกระจายสินทรัพย์สำรองให้ต่างจากหลักทรัพย์สกุลดอลลาร์ แต่ก็ไม่สร้างดอกเบี้ยหรือเงินปันผล อีกทั้งยังมีต้นทุนการเก็บรักษาและความผันผวนของราคา ธนาคารกลางเกาหลีใต้จึงยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อการซื้อทองคำเพิ่มเติมมาโดยตลอด
สภาทองคำโลกระบุในเอกสารที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมว่า มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้เตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนใน ‘กองทุน ETF ทองคำแท่งจริง’ ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายไม่เปิดเผยข้อมูลของธนาคารกลางเกาหลีใต้ จึงยังไม่มีการยืนยันว่ามีการจัดสรรเงินลงทุนจริงหรือไม่ ทั้งนี้ เอกสารฉบับเดียวกันระบุปริมาณทองคำที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ถือครองไว้ที่ประมาณ 104 ตัน
ประเด็นนี้ไม่ใช่การประกาศเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC) สเตเบิลคอยน์ หรือผลิตภัณฑ์ทองคำที่แปลงเป็นโทเคน แต่เป็นเรื่องการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศและโครงสร้างพื้นฐานตลาดทองคำจริงของธนาคารกลาง ซึ่งแยกออกจากกระแสการมองบิตคอยน์เป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ อย่างชัดเจน
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มูลค่าทองคำที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ถือครองอยู่ที่ 4,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 104.4 ตัน ส่วนขนาดการซื้อจริงและช่วงเวลาการทำธุรกรรมยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้
ความคิดเห็น 0