Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

OpenAI เชิญครีเอเตอร์ 30 คนจัดแคมป์หรู จุดกระแสวิจารณ์ต้นทุนสิ่งแวดล้อม AI

รูปภาพเกี่ยวกับ OpenAI / TokenPost.ai

งานเลี้ยงต้อนรับครีเอเตอร์ครั้งแรกของ OpenAI ที่เชิญครีเอเตอร์ราว 30 คนมาร่วมโปรโมตฟีเจอร์ ChatGPT Work กลายเป็นชนวนถกเถียงเรื่องภาระด้านไฟฟ้าและน้ำของศูนย์ข้อมูล หลังภาพการตลาดที่รีสอร์ตหรูท่ามกลางธรรมชาติถูกนำไปเทียบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ของบริษัท

Business Insider รายงานเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่า OpenAI จัดงานเชิญครีเอเตอร์เนื้อหาไปที่ Wildflower Farms ในย่านฮัดสันวัลเลย์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โพสต์ของผู้เข้าร่วมบางคนใช้คำว่า 'OpenAI Summer Camp' ในงานมีทั้งมื้ออาหาร การอบรมใช้เครื่องมือล่าสุดของ OpenAI และกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการเลี้ยงผึ้ง

ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงาน แต่อยู่ที่ภาพลักษณ์ของสถานที่ Wildflower Farms เป็นรีสอร์ตหรูแนวธรรมชาติ ขนาด 140 เอเคอร์ อยู่ห่างจากนครนิวยอร์กประมาณ 90 นาที ภายในมีที่พัก 65 หลัง ฟาร์ม เส้นทางเดินป่า และสปา โดยราคาห้องพักช่วงฤดูใบไม้ร่วงเริ่มต้นที่ 1,000 ดอลลาร์ต่อคืน ยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม

บนโซเชียลมีเดียมีเสียงวิจารณ์ว่า OpenAI ซึ่งกำลังขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก กลับนำภาพลักษณ์รีสอร์ตรักษ์ธรรมชาติมาใช้ในการตลาด บางคนมองว่านี่คือ 'การฟอกเขียว' (greenwashing) ส่วนผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งเรียกงานนี้ว่า “ดิสโทเปีย” ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้เข้าร่วมได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางและที่พัก และมีข้อผูกมัดให้ต้องโพสต์เนื้อหาหรือไม่

OpenAI ชี้แจงว่างานนี้เป็นกิจกรรมเชิงอบรมที่จัดควบคู่กับการเปิดตัว ChatGPT Work โฆษกบริษัทกล่าวว่า “ครีเอเตอร์คือชุมชนสำคัญที่ผู้คนในปัจจุบันใช้รับข้อมูลและเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองครีเอเตอร์เป็นช่องทางสื่อสารที่มีน้ำหนักไม่ต่างจากสื่อดั้งเดิม OpenAI ระบุว่ายินดีรับฟังการถกเถียงอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับการขยายตัวของ AI และให้ความเคารพครีเอเตอร์ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านการตลาดเช่นเดียวกับสื่อรูปแบบอื่น

ChatGPT Work เป็นฟีเจอร์สำหรับการทำงาน รองรับงานที่ใช้เวลานาน การค้นคว้า และการจัดทำเอกสารหรือรายงาน OpenAI ระบุว่าจะทยอยเปิดให้บัญชีที่สมัครแพ็กเกจแบบเสียเงินใช้งานได้ ทั้งบนเว็บ มือถือ และเดสก์ท็อป

เบื้องหลังข้อถกเถียงเรื่องต้นทุนสิ่งแวดล้อมคือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ของ OpenAI ในเดือนกันยายน 2025 OpenAI ประกาศร่วมกับออราเคิล(Oracle) และซอฟต์แบงก์(SoftBank) ขยายพื้นที่ศูนย์ข้อมูลในโครงการ Stargate ในสหรัฐฯ โดยแผนทั้งหมดมีมูลค่ารวม 5 แสนล้านดอลลาร์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10 กิกะวัตต์

OpenAI ยังขยายบทบาทในภาครัฐมากขึ้น โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 บริษัทประกาศเปิดตัว OpenAI for Government พร้อมเซ็นสัญญานำร่องวงเงินไม่เกิน 200 ล้านดอลลาร์กับสำนักงานประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและ AI ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (CDAO) ครอบคลุมการใช้งานด้านบริหารจัดการ การเข้าถึงบริการสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และการป้องกันภัยไซเบอร์

การ์ทเนอร์(Gartner) ระบุว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มจาก 447 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2025 เป็น 565 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 26% พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 2026 เซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งสำหรับ AI จะมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าถึง 31% ของศูนย์ข้อมูลทั้งหมด และจะแซงหน้าการใช้ไฟฟ้าของเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปภายในปี 2027

สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ มหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UNU-INWEH) ระบุในรายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ว่าการเติบโตของ AI ทำให้การใช้พลังงาน น้ำ และที่ดินเพิ่มขึ้น ซึ่งซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมทางสังคม โดยระบุว่าบริการ AI ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ทั้งโครงข่ายไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และการใช้ที่ดิน

ทั้งการขุดบิตคอยน์(BTC) และศูนย์ข้อมูล AI ต่างต้องการไฟฟ้าราคาถูก ทรัพยากรสำหรับระบายความร้อน และการยอมรับจากชุมชนโดยรอบเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าข้อถกเถียงจากงานนี้ส่งผลโดยตรงต่อกฎระเบียบการขุดบิตคอยน์หรือผลประกอบการของบริษัทขุดเหรียญรายใดเป็นการเฉพาะ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1