Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บราซิลเล็งคุมฟอกเงินคริปโต ธุรกรรมเกิน 1만달러เสี่ยงถูกหน่วงสูงสุด 24 ชม. ตั้งแต่ปี 2027

ธนาคารกลางบราซิลออกมาตรการใหม่ ‘ชะลอการโอนคริปโต’ มูลค่าสูง โดยธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิน 1만달러 หรือราว ‘1,411만원’ อาจถูกหน่วงเวลาได้สูงสุด 24 ชั่วโมง มาตรการนี้เน้นสกัดการนำคริปโตไปใช้ ‘ฟอกเงินอย่างรวดเร็ว’ ผ่านการเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนและไปยัง ‘กระเป๋าส่วนตัว(self-custody wallet)’

ธนาคารกลางบราซิลระบุเมื่อวันที่ 13 ว่ากฎใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมทั้งการโอนเงินไปยังผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ และการโอนคริปโตเข้าสู่กระเป๋าส่วนตัวของผู้ใช้เอง เกณฑ์ ‘1만달러’ จะคิดทั้งจากธุรกรรมเดี่ยวและยอดโอนสะสมในวันเดียวกันของลูกค้ารายหนึ่ง โดยคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ‘1ดอลลาร์ = 1,411วอน’ เท่ากับราว ‘1,411만원’

ทางการมองว่า บิตคอยน์(BTC), สเตเบิลคอยน์ และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับ ‘อาชญากรรมทางการเงิน’ ได้รวดเร็วเกินไป ‘การหน่วงเวลา’ สูงสุด 24 ชั่วโมงจึงถูกออกแบบมาเพื่อเปิดช่องให้ ‘ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนและสถาบันการเงิน’ มีเวลาตรวจสอบธุรกรรมมากขึ้น สามารถคัดกรองและวิเคราะห์ธุรกรรมที่ ‘น่าสงสัย’ ได้ละเอียดกว่าเดิม และรูปแบบการดีเลย์คล้ายกันอาจถูกนำไปใช้กับธุรกรรมอื่นที่ระบบจัดว่า ‘มีความเสี่ยงสูง’ ตามนโยบายบริหารความเสี่ยงของแต่ละสถาบัน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่การ ‘อายัดทรัพย์สิน’ หรือ ‘บล็อกธุรกรรมถาวร’ และไม่ถูกนำมาใช้แบบอัตโนมัติกับธุรกรรมที่ต่ำกว่า 1만달러 ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ต้องการโอนคริปโตมูลค่า 1만5,000달러 ไปยังผู้ให้บริการต่างประเทศหรือไปยังกระเป๋าส่วนตัว ธุรกรรมนั้นอาจต้องรอการอนุมัติได้ถึง 24 ชั่วโมง แต่สุดท้ายต้องได้รับการดำเนินการ ยกเว้นจะถูกพบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายตามกฎอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว

ฝั่งผู้ให้บริการคริปโตในบราซิล ทั้งแพลตฟอร์มซื้อขายและผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้อง ‘อัปเกรดระบบมอนิเตอร์ธุรกรรม’ ให้เท่าทันกฎใหม่ ก่อนถึงกำหนดเริ่มบังคับใช้ เพราะไม่ใช่แค่เช็กทีละรายการเท่านั้น แต่ต้องติดตาม ‘ยอดโอนรวมต่อวันของลูกค้าแต่ละราย’ เพื่อระบุว่ามียอดเกินเกณฑ์ 1만달러 หรือไม่ และเปิดการตรวจสอบเชิงลึกทันทีเมื่อแตะระดับดังกล่าว

บราซิลเดินหน้าวางกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 โดยเริ่มจากกฎให้ผู้ประกอบการต้อง ‘จดทะเบียนกับธนาคารกลาง’ จากนั้นจึงขยับไปสู่การคุมเข้ม ‘การเคลื่อนย้ายคริปโตข้ามพรมแดน’ รอบล่าสุด ซึ่งจะสร้างกลไกสอดส่องที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะต่อ ‘สเตเบิลคอยน์’ ที่เคลื่อนผ่านเขตแดนได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำ ทำให้เป็นเป้าหมายสำคัญของการกำกับดูแลรอบใหม่

ฝั่งอุตสาหกรรมมีเวลาปรับตัว แต่สำหรับผู้ใช้งาน ปริมาณการโอนคริปโตจำนวนมากอาจต้องยอมรับว่า ‘ความเร็ว’ จะลดลง โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งไปต่างประเทศหรือเข้ากระเป๋าส่วนตัว ในมุมกลับกัน หน่วยงานกำกับจะได้ ‘เวลาเพิ่ม’ ในการสังเกตรูปแบบการไหลเวียนของเงิน และมีโอกาสสูงขึ้นในการ ‘จับตาและสกัด’ ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและฟอกเงินผ่านคริปโตได้ทันท่วงที

"ความคิดเห็น" มาตรการชะลอการโอนคริปโตเกิน 1만달러 ของบราซิล เป็นตัวอย่างชัดเจนของแนวโน้มโลกที่กำลังขยับจากการ ‘ปล่อยเสรี’ ไปสู่ ‘การควบคุมเชิงเทคนิค’ เช่น การหน่วงเวลา การตรวจสอบเชิงรุก และการมอนิเตอร์ธุรกรรมรายวัน ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ประเทศอื่นหยิบไปใช้ โดยเฉพาะในส่วนของ ‘สเตเบิลคอยน์’ ที่เป็นจุดเปราะบางระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับโลกคริปโต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1