Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เมตา(META) ทุ่ม 1,000 ล้านดอลลาร์ตั้งกองทุนชุมชน เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI

เมตา(META) ประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนชุมชนรอบพื้นที่ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ พร้อมย้ำจุดยืนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เน้น ‘ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคล’ และโมเดลแบบเปิดน้ำหนัก (open-weight)

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก(Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเมตา เปิดเผยแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2025 ระบุว่าการเข้าถึง ‘ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์’ ไม่ควรกระจุกตัวอยู่ในมือองค์กรไม่กี่แห่ง เขาชูแนวคิด ‘ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคล’ ที่ให้แต่ละคนควบคุม AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและชีวิตของตัวเอง เป็นทิศทางหลักของบริษัท

แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ใช่การประกาศทิศทางใหม่ แต่เป็นการขยายกลยุทธ์เดิมให้ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนชุมชนมากขึ้น ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2025 ซักเคอร์เบิร์กเคยประกาศแนวทางที่จะทำให้ ‘ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคล’ เข้าถึงได้สำหรับทุกคนมาแล้ว

การสนับสนุนชุมชนครั้งนี้ดำเนินผ่านกองทุนที่ชื่อ ‘Future Is for Everyone Fund’ โดย Axios รายงานว่าเมตาเปิดตัวกองทุนดังกล่าวในพื้นที่ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทตั้งอยู่ทั่วสหรัฐฯ พร้อมทุ่มงบ 1,000 ล้านดอลลาร์เข้าไปสนับสนุน

กลุ่มที่จะได้รับการสนับสนุน ได้แก่ ครู เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและน้ำ อย่างไรก็ตาม เมตายังไม่เปิดเผยรายละเอียดโครงสร้างการดำเนินงาน เกณฑ์คัดเลือกพื้นที่ หรือกำหนดเวลาการจัดสรรงบประมาณ

เมื่อเดือนมีนาคม 2025 เมตาเคยประกาศว่าจะไม่ผลักภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าและน้ำจากการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทยังมีโครงการเงินสนับสนุนชุมชน (community grants) ที่ให้ทุนแก่โรงเรียน องค์กรไม่แสวงหากำไร และโครงการชุมชนต่างๆ อยู่แล้ว

กองทุนใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่น ระหว่างที่เมตาเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI เพราะยิ่งบริการ AI มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการมากกว่าแค่ดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และแหล่งน้ำก็ต้องขยายตามไปด้วย

การแข่งขันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบิ๊กเทคสหรัฐฯ กำลังผลักดันการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสด ยิ่งการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มภาระทางการเงินให้บริษัทมากขึ้นเท่าไหร่ การประสานงานกับชุมชนท้องถิ่นเรื่องต้นทุนไฟฟ้าและน้ำก็กลายเป็นโจทย์สำคัญไม่แพ้กัน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2025 เมตาประกาศขยายดาต้าเซ็นเตอร์ที่ริชแลนด์แพริช(Richland Parish) รัฐลุยเซียนา สหรัฐฯ ให้มีกำลังการผลิตถึง 5 กิกะวัตต์ บริษัทคาดว่าช่วงพีคจะมีแรงงานก่อสร้างมากกว่า 7,500 คน และหลังก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีพนักงานประจำราว 1,000 คน

กรณีการสนับสนุนที่ริชแลนด์แพริชระบุว่าเงินโบนัสสำหรับครูในพื้นที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 50,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นตัวอย่างเฉพาะพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นเกณฑ์การสนับสนุนมาตรฐานของกองทุนใหม่ทั้งหมด

ในด้านผลิตภัณฑ์ เมตา เอไอ(Meta AI) ได้เพิ่มความสามารถเชื่อมต่อกับอีเมลและปฏิทิน สร้างสไลด์นำเสนอ และทำงานแทนผู้ใช้ได้ โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 เมตาระบุว่าฟีเจอร์เหล่านี้เป็นก้าวต่อไปสู่ ‘ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ส่วนบุคคล’

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เมตายังเปิดตัวโมเดลเปิดใหม่ชื่อ ‘Muse Glimmer’ ขณะที่สำนักข่าว AP รายงานว่าเมตามีแผนเปิดเผยน้ำหนักโมเดล (weights) ของ ‘Muse Spark 1.2’ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

open-weight คือการเปิดเผยน้ำหนักของโมเดล AI ที่ผ่านการฝึกฝนแล้ว ให้นักพัฒนาภายนอกดาวน์โหลดไปใช้งานต่อได้ ซึ่งต่างจาก open-source ที่เปิดเผยทั้งซอร์สโค้ด ข้อมูลการฝึก และเงื่อนไขการใช้งานอย่างครบถ้วนกว่า

The Verge รายงานว่าแถลงการณ์ฉบับนี้มีความยาวราว 6,500 คำ เน้นย้ำเรื่อง AI สำหรับบุคคลทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงการเปิดเผยโมเดล อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อถกเถียงว่าโมเดลของเมตาจะถือเป็น open source อย่างสมบูรณ์ได้หรือไม่ และการประกาศครั้งนี้ก็ไม่ได้ระบุความเชื่อมโยงโดยตรงกับคริปโตหรือบล็อกเชนแต่อย่างใด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1