เทสต์เน็ต Hashi ซึ่งพัฒนาบนเครือข่ายซุย(Sui, SUI) ประมวลผลรายการฝากกว่า 1.1 ล้านรายการ และถอนเงิน 165,000 รายการ ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์หลังเปิดตัว ถือเป็นการทดสอบขนาดใหญ่ของโครงสร้างฝาก-ถอนที่ใช้บิตคอยน์(BTC) เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในระบบนิเวศของซุย
Odaily ซึ่งอ้างอิงข้อมูลการติดตามของซุย รายงานผลการประมวลผลดังกล่าวเมื่อเวลา 17.58 น. วันที่ 10 (ตามเวลาไทย) โดยระบุว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธุรกรรมบนเครือข่ายทดสอบบิตคอยน์อย่างซิกเน็ต(Signet) มากกว่า 50% เกิดขึ้นจากกิจกรรมทดสอบของ Hashi เช่นกัน
Hashi เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบให้บิตคอยน์ยังคงอยู่บนเครือข่ายบิตคอยน์ ขณะเดียวกันก็สามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในสมาร์ทคอนแทร็กต์ของซุยได้ เมื่อผู้ใช้ส่งบิตคอยน์ไปยังที่อยู่ฝากของ Hashi ผู้ตรวจสอบ(validator)ของซุยจะยืนยันการฝากเงิน จากนั้นซุยจะออก hBTC ให้เทียบเท่ากับจำนวนที่ฝาก ผู้ใช้สามารถนำ hBTC ไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือเผา(burn) hBTC เพื่อถอนบิตคอยน์กลับคืนได้
มูลนิธิซุย(Sui Foundation) เปิดใช้งานเทสต์เน็ต Hashi ไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อมอบสภาพแวดล้อมทดสอบแอปพลิเคชันการเงินที่อิงกับบิตคอยน์ให้แก่นักพัฒนา สถาบัน และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน โดยแต่ละที่อยู่ของซุยจะเชื่อมโยงกับที่อยู่มัลติซิก(multisig) แบบ 2-of-2 เฉพาะบุคคล และผู้ตรวจสอบของซุยทำหน้าที่ยืนยันการฝากเงินบนเครือข่ายบิตคอยน์
ระบบความปลอดภัยใช้ลายเซ็นชนิดขีดเกณฑ์ Schnorr(threshold Schnorr signature) ร่วมกับชั้นผู้พิทักษ์(Guardian Layer) การโอนเงินต้องเป็นไปตามเงื่อนไขลายเซ็นของผู้ตรวจสอบ ส่วนชั้นผู้พิทักษ์ทำหน้าที่เป็นกลไกยืนยันเพิ่มเติมก่อนปล่อยบิตคอยน์ออกไป มูลนิธิซุยระบุว่าฟังก์ชันนี้จำเป็นสำหรับการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจปล่อยกู้ กู้ยืม และตลาดสินเชื่อของสถาบัน
อย่างไรก็ตาม จำนวนรายการฝากและถอนไม่ใช่ตัวชี้วัดความต้องการหรือประสิทธิภาพที่แท้จริงบนเมนเน็ตซึ่งเป็นที่ที่เงินทุนจริงถูกใช้งาน เนื่องจาก Hashi ยังอยู่ในขั้นตอนเทสต์เน็ต ผลลัพธ์การใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจริงจะสามารถตรวจสอบได้หลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เมนเน็ตเท่านั้น
ความคิดเห็น 0