อิหร่านยืนยันการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ในจังหวัดฟาร์ส (Fars) ทางตอนใต้ของประเทศ ปริมาณสำรองรวมกว่า 7.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต โดยคาดว่าปริมาณที่สามารถผลิตขึ้นมาใช้ได้จริงอยู่ที่ราว 5.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ว่า โมห์เซน ปักเนจาด (Mohsen Paknejad) รัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน เปิดเผยการค้นพบดังกล่าวผ่านสื่อของรัฐ โดยระบุว่าปริมาณก๊าซที่สามารถนำมาผลิตได้เทียบเท่ากับกำลังผลิตของแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) เพียงเฟสเดียวนานถึง 15 ปี
ประเด็นที่ตลาดจับตาไม่ใช่แค่ขนาดของแหล่งสำรอง แต่คือจังหวะเวลาของการประกาศ เนื่องจากอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เสียหายจากสงครามกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ยังคงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง
ก่อนเกิดสงคราม อิหร่านผลิตก๊าซธรรมชาติได้ราว 650 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 8.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตต่อปี เมื่อเทียบกับตัวเลขนี้ แหล่งก๊าซใหม่ขนาด 7.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตจึงถือว่าไม่น้อยเลย
อย่างไรก็ตาม ปริมาณสำรองทั้งหมดกับปริมาณที่ผลิตได้จริงเป็นคนละเรื่องกัน ตัวเลข 5.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตที่ฝ่ายอิหร่านระบุ หมายถึงเฉพาะส่วนที่มีความเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิคและด้านต้นทุนในการผลิตขึ้นมาใช้จริง จากปริมาณก๊าซทั้งหมดที่อยู่ใต้ดิน
ปักเนจาดระบุว่าก๊าซที่พบใหม่เป็น 'สวีทแก๊ส' (sweet gas) ซึ่งมีปริมาณกำมะถันต่ำ โดยทั่วไปกระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนจะใช้ต้นทุนน้อยกว่า ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในการพัฒนาและการดำเนินงาน
รายงานยังระบุว่าพบก๊าซคอนเดนเสทปะปนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นไฮโดรคาร์บอนเหลวที่มักพบร่วมกับแหล่งก๊าซธรรมชาติ และสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ทั้งในแง่การกลั่นและการเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมี
ทว่าการยืนยันปริมาณสำรองไม่ได้แปลว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นทันที การผลิตจริงต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งมาตรการคว่ำบาตร การจัดหาเงินทุน อุปกรณ์ขุดเจาะ และการซ่อมแซมโรงกลั่น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติราว 100 ล้านลูกบาศก์เมตรน่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากที่ปริมาณการผลิตลดลงเหลือราว 230 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากความเสียหายนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายที่ช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่ทำเนียบขาวออกเอกสารเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ย้ำจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ยังคงเดินหน้ากดดันอิหร่านอย่างสูงสุดต่อไป
ทรัพยากรก๊าซของอิหร่านถือว่าติดอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่แล้ว โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ประเมินปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วของอิหร่านไว้ที่ 1,200 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากรัสเซีย
เซาท์พาร์สเป็นแหล่งก๊าซหลักที่คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของปริมาณสำรองที่ยืนยันแล้วทั้งหมดของอิหร่าน ขณะที่ฝั่งกาตาร์เรียกโครงสร้างทางธรณีวิทยาเดียวกันนี้ว่านอร์ทฟีลด์ (North Field)
ในมุมมองของตลาด การประกาศครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยด้านอุปทานในระยะยาวมากกว่าจะส่งผลต่อราคาระยะสั้น เพราะแม้จะมีการพัฒนาแหล่งก๊าซใหม่ แต่หากมาตรการคว่ำบาตรและการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานยังล่าช้า ผลของอุปทานที่เพิ่มขึ้นก็จะยังไม่ปรากฏในเร็ววัน
สำหรับผู้อ่านในภูมิภาคนี้ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนทั้งสถานการณ์อุปทานพลังงานในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องปริมาณเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ลดลงและการกลับมาเดินเรือขนส่งไว้แล้ว
การค้นพบก๊าซใหม่ของอิหร่านครั้งนี้เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านอุปทานในระยะยาว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดเวลาการผลิตหรือแผนพัฒนาที่ชัดเจน สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือระดับความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตร ความเร็วในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดเผยแผนพัฒนาแหล่งก๊าซดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ความคิดเห็น 0