ริปเปิล(XRP) ปรับตัวลงมาซื้อขายแถวระดับ 1.35 ดอลลาร์ ขณะที่ตัวชี้วัดผลตอบแทนเทียบความเสี่ยงกลับไต่ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF และปริมาณเหรียญคงเหลือบนกระดานเทรดที่ลดลง ทำให้มุมมองต่อสถานการณ์ตลาดในตอนนี้แตกออกเป็นสองทาง
ริปเปิลเคยไต่ระดับจาก 0.98 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะ 1.70 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวกลับมาที่ 1.35 ดอลลาร์ AMBCrypto รายงานเมื่อวันที่ 1 (เวลาเกาหลีใต้) ว่า ‘Sharpe Ratio’ ของริปเปิลบนกระดานไบแนนซ์(Binance) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.207 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025
Sharpe Ratio เป็นตัวชี้วัดที่ประเมินผลตอบแทนโดยคำนึงถึงความผันผวนประกอบด้วย หากผลตอบแทนเท่ากันแต่ความผันผวนต่ำกว่า ค่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้น ในทางกลับกัน สินทรัพย์ที่ผันผวนมากแม้ผลตอบแทนจะดี ก็อาจได้คะแนนผลตอบแทนเทียบความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร
ก่อนหน้านี้ Sharpe Ratio ของริปเปิลเคยร่วงลงไปอยู่แถว -0.3 ในเดือนกรกฎาคม ก่อนจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง สะท้อนว่าในช่วงที่ราคาดีดตัวขึ้นล่าสุด ทิศทางราคาเมื่อเทียบกับความผันผวนโดยรวมดีขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ดีขึ้นไม่ได้เป็นหลักประกันว่าการฟื้นตัวของราคาจะดำเนินต่อไป เนื่องจากตัวชี้วัดผลตอบแทนเทียบความเสี่ยงคำนวณจากข้อมูลราคาที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต จึงยากที่จะใช้ฟันธงทิศทางราคาในอนาคต
ด้านกระแสเงินทุนใน ETF ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน AMBCrypto ระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม เป็นต้นมา กองทุน ETF ริปเปิลแบบสปอตมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 9 วันทำการติดต่อกัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 150 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย
ขณะเดียวกัน ปริมาณริปเปิลที่ค้างอยู่บนกระดานเทรดมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม และล่าสุดมีรายงานว่าลดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของเดือนกรกฎาคมไปแล้ว ถือเป็นอีกสัญญาณที่แยกออกจากทิศทางราคาที่กำลังปรับฐานอยู่
โดยทั่วไปแล้ว ยอดเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF แบบสปอตมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความต้องการจากฝั่งสถาบัน ส่วนปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดที่ลดลงมักถูกตีความว่าปริมาณที่พร้อมขายมีน้อยลง แต่ก็ต้องแยกให้ออกจากกรณีการโยกย้ายไปยังกระเป๋าคัสโตเดียนหรือการจัดสรรเหรียญภายในกระดานเทรดเองด้วย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าริปเปิลกำลังทดสอบกรอบราคา 1.35-1.38 ดอลลาร์อีกครั้ง โดยขณะนั้นมีรายงานว่ามีปริมาณการซื้อขายสะสมอยู่ในกรอบดังกล่าวสูงถึงราว 3,200 ล้าน XRP
เมื่อปริมาณการซื้อขายกระจุกตัวอยู่ในกรอบราคาใดกรอบราคาหนึ่ง ก็อาจถูกตีความในภายหลังว่าเป็นแนวรับหรือแนวต้านได้ แต่ทั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลการกระจายตัวของอุปทานจากตัวชี้วัดออนเชนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ากรอบราคาดังกล่าวจะยืนอยู่ได้เสมอไป
AMBCrypto ระบุกรอบ 1.13-1.25 ดอลลาร์ว่าเป็นโซนย่อตัวกลับ และกล่าวถึงระดับ 1.30 ดอลลาร์ว่าเป็นแนวรับระยะยาว ซึ่งเป็นเพียงกรอบราคาที่ได้จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ส่วนการตัดสินใจซื้อขายจริงและระดับราคาที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขาย กระแสเงินทุนใน ETF และปริมาณเหรียญคงเหลือบนกระดานเทรดที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
ประเด็นสำคัญของการปรับฐานรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวชี้วัดความเสี่ยงและอุปสงค์-อุปทานบางตัวกลับสวนทางกับทิศทางราคา ระหว่างที่ริปเปิลยังทรงตัวอยู่แถว 1.35 ดอลลาร์ จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือ Sharpe Ratio กระแสเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF และปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
ความคิดเห็น 0