โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาระบุว่าให้เกียรติเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้ประเด็นถกเถียงเรื่องความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
ทรัมป์แสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดเมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าให้เกียรติวอร์ช และย้ำว่าผู้บริหารเฟดจะปฏิบัติหน้าที่ตามดุลยพินิจและความรับผิดชอบตามกฎหมายของตนเอง ตามรายงานของเทคโฟลว์ (TechFlow) ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าวมุ่งไปที่คำถามว่าความต้องการของประธานาธิบดีกับดุลยพินิจของธนาคารกลางในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยจะแยกจากกันอย่างไร
ก่อนหน้านี้ วอร์ชเคยเน้นย้ำเรื่องความเป็นอิสระของเฟดต่อรัฐสภามาแล้ว โดยโตเกนโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานว่า วอร์ชกล่าวย้ำความเป็นอิสระของเฟดต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม โดยอธิบายว่าศาลฎีกาสหรัฐเคยยืนยันความเป็นอิสระของเฟดในการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
คำพูดครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นมากกว่าการประเมินตัวบุคคล แต่สะท้อนสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยด้วย ทรัมป์มีท่าทีสนับสนุนต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำมาโดยตลอด ขณะที่เฟดใช้ตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานเป็นเกณฑ์ตัดสินอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการติดต่อแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะระหว่างทรัมป์กับวอร์ชที่ยังคงมีอยู่ ระดับความเข้มข้นของคำพูดในที่สาธารณะจึงเชื่อมโยงกับความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินด้วยเช่นกัน
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในฐานะตัวแปรเชิงมหภาค คริปโทเคอร์เรนซีหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดจึงอาจเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงสภาพคล่องของสินทรัพย์เสี่ยงได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปทิศทางอัตราดอกเบี้ยได้จากคำพูดของทรัมป์เพียงอย่างเดียว ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในขณะนี้มีเพียงว่า ทรัมป์กล่าวถึงการให้เกียรติวอร์ช และวอร์ชเคยเน้นย้ำความเป็นอิสระของเฟดต่อรัฐสภา ส่วนทิศทางนโยบายที่แท้จริงจะปรากฏชัดเจนขึ้นจากการประชุมเฟดครั้งถัดไป รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะทยอยประกาศออกมา
ความคิดเห็น 0