บล็อกสตรีม (Blockstream) ปรับโฉมหน้าตรวจสอบบล็อกเชนบิตคอยน์(BTC) และเครือข่ายลิควิด (Liquid Network) ให้เป็นรูปแบบแดชบอร์ด จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือค้นหาด้วยแฮชธุรกรรมหรือที่อยู่กระเป๋าเงิน สู่หน้าจอที่แสดงสถานะเครือข่ายและค่าธรรมเนียมควบคู่กันไป
ทีมบล็อกสตรีมระบุในบล็อกทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) หัวข้อ 'Our Bitcoin and Liquid Block Explorer, Reimagined' ว่าได้สร้างเว็บไซต์ blockstream.info ขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยหน้าแรกใหม่แสดงเวลาที่ผ่านไปนับจากบล็อกล่าสุด ค่าธรรมเนียมที่แนะนำ ระดับความหนาแน่นของเมมพูล (mempool) และกราฟราคาบิตคอยน์
หัวใจของการปรับโฉมครั้งนี้คือการเปลี่ยนหน้าแรกของตัวตรวจสอบจากศูนย์กลางที่ช่องค้นหา ให้กลายเป็นศูนย์กลางที่แดชบอร์ดเครือข่าย ผู้ใช้จึงเห็นภาพรวมการสร้างบล็อก ต้นทุนการโอน และสถานะธุรกรรมที่รอดำเนินการได้ตั้งแต่ก่อนค้นหาธุรกรรมใด ๆ
ฟีเจอร์แสดงภาพ 'บล็อกถัดไป' ก็ถูกดึงมาไว้ส่วนหน้าเช่นกัน โดยแสดงธุรกรรมที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นไทล์แบ่งตามช่วงค่าธรรมเนียม แต่ละไทล์ดูรหัสธุรกรรม ค่าธรรมเนียม อัตราค่าธรรมเนียม และขนาดเสมือน (virtual size) ได้
ธุรกรรมบิตคอยน์จะค้างอยู่ในเมมพูลจนกว่านักขุดจะบรรจุเข้าไปในบล็อก ธุรกรรมที่มีอัตราค่าธรรมเนียมสูงมักได้รับการประมวลผลก่อน ทำให้ระดับความหนาแน่นของเมมพูลและค่าธรรมเนียมที่แนะนำเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจช่วงเวลาโอนเงิน
หน้าธุรกรรมก็มีข้อมูลเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากขนาด ขนาดเสมือน หน่วยน้ำหนัก (weight units) เวอร์ชัน เวลาล็อก (lock time) และจำนวนการยืนยันแล้ว ยังแสดงจำนวนค่าธรรมเนียมที่ประหยัดได้จากเซกวิต (SegWit) ผลวิเคราะห์ความเป็นส่วนตัว และเวลายืนยันโดยประมาณ
เซกวิตเป็นเทคโนโลยีที่ปรับโครงสร้างธุรกรรมบิตคอยน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่บล็อก บล็อกสตรีมระบุว่าสัญญาณด้านความเป็นส่วนตัว เช่น การใช้ที่อยู่ซ้ำและความเป็นไปได้ที่จะเป็นการโอนเงินให้ตัวเอง ก็สามารถดูได้จากหน้าธุรกรรมเช่นกัน
ส่วนหน้าจอเฉพาะเครือข่ายลิควิดรวมข้อมูล LBTC ที่หมุนเวียนอยู่ สินทรัพย์มูลค่าสูง ธุรกรรมรายเดือน การโอนเข้า-ออกเครือข่าย (peg-in/peg-out) และหลักฐานเงินสำรอง (proof of reserves) ไว้ในหน้าจอเดียว เครือข่ายลิควิดเป็นไซด์เชน (sidechain) ที่ต่อยอดจากบิตคอยน์ รองรับการออกสินทรัพย์และธุรกรรมแบบปกปิดข้อมูล
การทำเพ็กอิน (peg-in) คือขั้นตอนโอนบิตคอยน์เข้าสู่เครือข่ายลิควิดเพื่อใช้งานในรูป LBTC ส่วนเพ็กเอาต์ (peg-out) คือการโอนกลับสู่เครือข่ายบิตคอยน์ ขณะที่หลักฐานเงินสำรองใช้ยืนยันว่าการโอนและการออกสินทรัพย์เหล่านี้มีหลักประกันรองรับจริง
ด้านการใช้งานสำหรับนักพัฒนาก็ได้รับการเน้นย้ำเช่นกัน บล็อกสตรีมระบุว่าทุกหน้าทำงานอยู่บนฐานของ Blockstream Explorer API แบบสาธารณะ
เอกสาร Esplora API ของบล็อกสตรีมระบุว่า API สาธารณะของ blockstream.info รองรับปลายทาง (endpoint) สำหรับบิตคอยน์ เทสต์เน็ตบิตคอยน์ ไซน์เน็ตบิตคอยน์ ลิควิด และเทสต์เน็ตลิควิด บล็อกสตรีมระบุว่าแอปพลิเคชันภายนอกสามารถดึงข้อมูลชุดเดียวกันนี้ผ่าน REST และ Electrum RPC ได้เช่นกัน
การอัปเดตครั้งนี้เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเดิมมากกว่าการเปิดตัวบริการใหม่ทั้งหมด ตัวตรวจสอบของบล็อกสตรีมเปิดใช้งานครั้งแรกในปี 2018 และมีการปรับปรุงหน้าตาพร้อมเพิ่มแดชบอร์ดอีกครั้งในปี 2021 ซึ่งครั้งนั้นบล็อกสตรีมก็ชูจุดขายเดียวกันคือเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลบล็อกและธุรกรรมของบิตคอยน์และลิควิดแบบเรียลไทม์
จากมุมมองผู้ใช้ในไทย จุดที่น่าสนใจคือการเห็นค่าธรรมเนียมและสถานะเมมพูลในหน้าจอเดียว การโอนบิตคอยน์ใช้เวลายืนยันต่างกันไปตามความหนาแน่นของเครือข่ายและอัตราค่าธรรมเนียม การรวมข้อมูลก่อนและหลังทำธุรกรรมไว้ที่เดียวจึงถูกตีความว่าเป็นการปรับปรุงเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ทั้งนี้ บล็อกสตรีมยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงปริมาณที่ยืนยันว่าการปรับโฉมครั้งนี้ทำให้จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นหรือประสิทธิภาพเครือข่ายดีขึ้นจริง กรณีนี้จึงเป็นเรื่องการปรับปรุงการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานบิตคอยน์และลิควิด มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อตลาดโดยตรง
ความคิดเห็น 0