เทสลา(TSLA) เปิดเผยว่าระยะทางขับขี่แบบไร้คนขับ (unsupervised) สะสมของบริการโรบอทแท็กซี่ทะลุ 1 ล้านไมล์แล้ว หรือคิดเป็นประมาณ 1.6 ล้านกิโลเมตร
อาโชค เอลลุสวามี(Ashok Elluswamy) รองประธานฝ่ายออโต้ไพลอตและปัญญาประดิษฐ์ของเทสลา เปิดเผยตัวเลขนี้ในงาน Cybercab ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 (ตามเวลาประเทศเกาหลีใต้) การขับขี่แบบไร้คนขับหมายถึงการวิ่งที่ไม่มีผู้ขับขี่นิรภัยนั่งอยู่ในรถ โดยให้ตัวรถและซอฟต์แวร์ทำหน้าที่ตรวจจับและควบคุมทั้งหมดแทน
ก่อนหน้านี้ในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เทสลาระบุว่าโครงการโรบอทแท็กซี่ทำระยะทางขับขี่ไร้คนขับได้ 380,000 ไมล์ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น เท่ากับว่าในช่วงประมาณ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกราว 620,000 ไมล์
เทสลาเริ่มให้บริการโรบอทแท็กซี่แบบทดลองในวงจำกัดที่เมืองออสตินเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2025 ช่วงแรกมีเจ้าหน้าที่นิรภัยนั่งประจำในรถ ก่อนที่บริษัทจะย้ายเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ในรถติดตามแทน ปัจจุบันบริษัทขยายรูปแบบการให้บริการเป็นการเข้าช่วยเหลือระยะไกลเมื่อจำเป็น
ระยะทางขับขี่ไร้คนขับที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าเทสลากำลังเพิ่มความถี่ในการให้บริการและจำนวนรถที่นำมาวิ่งในพื้นที่จำกัด อย่างไรก็ตาม การจะบอกว่าโรบอทแท็กซี่พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบหรือไม่ ต้องพิจารณาทั้งพื้นที่ให้บริการ ระบบรับมืออุบัติเหตุ โครงสร้างการช่วยเหลือระยะไกล และเงื่อนไขการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ไม่ใช่แค่ระยะทางสะสมเพียงอย่างเดียว
อีกไฮไลต์หนึ่งของงานนี้คือ Cybercab รถโรบอทแท็กซี่เฉพาะทางแบบ 2 ที่นั่งที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ สำนักข่าว AP รายงานว่ามีการนำ Cybercab ออกวิ่งบนถนนในเมืองออสตินแล้ว ขณะที่ The Verge อ้างอิงข้อมูลการจดทะเบียนรถของรัฐเท็กซัสระบุว่า ณ สัปดาห์นี้มี Cybercab จดทะเบียนแล้ว 45 คัน
การนำ Cybercab มาให้บริการแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์โรบอทแท็กซี่ของเทสลากำลังเปลี่ยนจากการทดลองด้วยรถรุ่นโมเดลวาย(Model Y) ไปสู่การใช้รถที่ออกแบบมาเฉพาะทาง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า Cybercab ที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบเป็นจุดที่ทำให้แตกต่างจากโรบอทแท็กซี่ที่พัฒนาจากโมเดลวาย
ถึงอย่างนั้น ขนาดการให้บริการเชิงพาณิชย์จริงยังถือว่าจำกัดอยู่ AP รายงานว่าเทสลาให้บริการโรบอทแท็กซี่แบบไร้คนขับมากกว่า 200 คันในหลายเมืองของรัฐเท็กซัสและฟลอริดา ขณะที่ The Verge อ้างอิงข้อมูลจาก Robotaxi Tracker ระบุว่ารถขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับของเทสลากำลังวิ่งให้บริการอยู่ 256 คัน ใน 6 เมือง
Robotaxi Tracker ไม่ใช่สถิติทางการ แต่เป็นข้อมูลที่รวบรวมจากแหล่งข้อมูลสาธารณะและการแจ้งข้อมูลจากผู้ใช้งาน ดังนั้นจำนวนรถและความถี่ในการให้บริการจริงจึงควรตรวจสอบแยกต่างหากจากตัวเลขที่บริษัทเปิดเผยเอง กระนั้นข้อมูลชุดนี้ก็ยังถูกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อประเมินขนาดการให้บริการในพื้นที่จำกัดอยู่
ช่องว่างกับคู่แข่งยังคงมีอยู่ เวย์โม(Waymo) เปิดเผยผ่านบล็อกของบริษัทเมื่อวันที่ 1 ว่าบริษัทเริ่มให้บริการรับผู้โดยสารทั่วไปเป็นครั้งแรกในเมืองเดนเวอร์ ซานดิเอโก และแทมปา ทำให้จำนวนเมืองที่ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบเพิ่มเป็น 14 เมือง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าเวย์โมชูสถิติการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบสะสมกว่า 200 ล้านไมล์ เพื่อตอกย้ำแนวทางที่ต่างจากเทสลาซึ่งเน้นใช้กล้องเป็นหลัก
เทคโนโลยีของทั้งสองบริษัทก็ต่างกัน เทสลายึดระบบขับขี่อัตโนมัติที่ใช้กล้องเป็นหลัก ส่วนเวย์โมชูโครงสร้างเซนเซอร์หลายชนิดที่ใช้ทั้งกล้อง ไลดาร์ และเรดาร์ร่วมกัน
แนวทางที่เน้นกล้องเป็นหลักถูกมองว่าได้เปรียบด้านต้นทุนในการผลิตรถและการขยายบริการ ขณะที่แนวทางที่ใช้ไลดาร์และเรดาร์ร่วมกันมีจุดแข็งตรงที่มีเครื่องมือตรวจจับสำรองซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งช่วยได้ในสภาพอากาศเลวร้ายหรือถนนที่ซับซ้อน ข้อถกเถียงเรื่องโรบอทแท็กซี่จึงยังโยงไปถึงความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพด้านต้นทุนกับโครงสร้างการตรวจสอบความปลอดภัยด้วย
ต้องแยกให้ชัดระหว่างฟีเจอร์ FSD(Supervised) สำหรับผู้บริโภคทั่วไปของเทสลา กับบริการโรบอทแท็กซี่ FSD(Supervised) เป็นฟีเจอร์ช่วยขับที่ยังต้องมีผู้ขับขี่คอยควบคุมดูแล ส่วนโรบอทแท็กซี่คือบริการเรียกรถที่ไม่มีคนขับอยู่ในรถเลย ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อความรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เงื่อนไขด้านกฎระเบียบ และเกณฑ์การขออนุญาตให้บริการที่ต่างกันไปด้วย
สำหรับนักลงทุนในไทย ประเด็นที่น่าติดตามคือการขยายบริการโรบอทแท็กซี่ของเทสลาจะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่หลังยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัวได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาหุ้นยังต้องรอดูข้อมูลการให้บริการ สถิติอุบัติเหตุ และผลการพิจารณาด้านกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่สะสมมากขึ้นก่อนจึงจะประเมินได้ชัดเจน
ตัวเลข 1 ล้านไมล์ที่เทสลาเปิดเผยสะท้อนการขยายตัวของบริการโรบอทแท็กซี่แบบไร้คนขับ แต่เมื่อเทียบกับเวย์โมแล้ว ยังมีช่องว่างชัดเจนทั้งในแง่ระยะทางสะสม จำนวนเมืองที่ให้บริการ และขนาดฝูงรถ จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือขนาดการนำ Cybercab เข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์จริง และเงื่อนไขการอนุมัติในแต่ละพื้นที่
ความคิดเห็น 0