ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ(Bank for International Settlements, BIS) เปิดเผยผลการทดลองแนวคิด (Proof of Concept) ที่ใช้ เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์(XRP Ledger) เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาและการปลอมแปลงของไฟล์สถิติทางการ วิธีการคือไม่นำข้อมูลสถิติต้นฉบับขึ้นบล็อกเชนโดยตรง แต่บันทึกเฉพาะ 'แฮช' ของไฟล์ลงในเลดเจอร์เพื่อยืนยันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล
BIS ระบุในเวิร์กกิ้งเปเปอร์ฉบับที่ 1374 หัวข้อ 'Verifiable Official Statistics: A Blockchain-based Approach' ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้ออกแบบโครงสร้างที่เชื่อมไฟล์สถิติทางการในรูปแบบ SDMX เข้ากับบล็อกเชนสาธารณะ งานวิจัยอธิบายขั้นตอนการสร้าง 'ลายนิ้วมือทางการเข้ารหัส' จากชุดข้อมูลและอนุกรมเวลาแต่ละชุด แล้วนำไปเทียบกับค่าสรุปเดียวที่บันทึกไว้บน เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์
SDMX เป็นมาตรฐานที่องค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานสถิติใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถิติและเมทาดาทาระหว่างกัน จุดเริ่มต้นของการทดลองนี้มาจากปัญหาที่ผู้ใช้งานไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดมานั้นตรงกับต้นฉบับของหน่วยงานผู้เผยแพร่หรือไม่ และไม่ถูกเปลี่ยนแปลงระหว่างที่ผ่านแพลตฟอร์มบุคคลที่สามหรือระบบอัตโนมัติต่างๆ
ในทางเทคนิค โครงสร้างนี้ไม่ได้เก็บค่าสถิติไว้บนเลดเจอร์สาธารณะโดยตรง BIS สร้างแฮชด้วยมาตรฐาน SHA3-512 จากชุดข้อมูล และหากจำเป็นก็นำแฮชของแต่ละอนุกรมเวลามารวมกันเป็น 'มาร์เคิลทรี'(Merkle Tree) ก่อนบันทึกเฉพาะค่าสรุปลงในธุรกรรมบน XRP เลดเจอร์ เดฟเน็ต(XRPL DevNet) ซึ่งเป็นเครือข่ายทดสอบ
ขั้นตอนการตรวจสอบผสมผสานการอ่านไฟล์กับการสืบค้นบนเลดเจอร์เข้าด้วยกัน ผู้รับไฟล์สามารถยืนยันตัวตนผู้เผยแพร่และความครบถ้วนของข้อมูลได้ด้วยข้อมูลยืนยันที่แนบมาในไฟล์ ร่วมกับการสืบค้นบน เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์เพียงครั้งเดียว
หน้าโครงการของ BIS อธิบายแพลตฟอร์มนี้ว่าเป็น 'ชั้นความน่าเชื่อถือเชิงเข้ารหัส' ที่เพิ่มเข้าไปในกระบวนการเผยแพร่ SDMX แบบเดิม โดยไฟล์สาธารณะจะถูกเขียนใหม่ให้เป็นไฟล์ที่สมบูรณ์ในตัวเอง บรรจุรากสมอ (Anchor Root) โครงสร้างใบมาร์เคิลที่จัดเรียงแล้ว และหนังสือรับรองที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐาน W3C ซึ่งลงลายเซ็นด้วยกุญแจของผู้เผยแพร่
เป้าหมายของโครงสร้างนี้คือทำให้ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกลับไปยังระบบหลังบ้านของผู้เผยแพร่อีกครั้ง เนื่องจากสถิติทางการมักถูกเผยแพร่ซ้ำผ่านหลายพอร์ทัลและระบบอัตโนมัติ จึงจำเป็นต้องมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องและการเปลี่ยนแปลงของไฟล์ผ่านช่องทางที่แยกออกมาต่างหาก
งานวิจัยระบุว่าในสภาวะควบคุม การเผยแพร่ใช้เวลา 3-5 วินาที และการตรวจสอบใช้เวลา 1-2 วินาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าววัดจากเงื่อนไขต้นแบบ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมใช้งานจริงเชิงพาณิชย์
BIS ยังระบุชัดเจนว่างานชิ้นนี้ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานทางการได้นำไปใช้งานจริงแต่อย่างใด พร้อมชี้แจงว่ามุมมองในเอกสารไม่จำเป็นต้องสะท้อนจุดยืนอย่างเป็นทางการของ BIS หรือธนาคารกลางประเทศสมาชิก
การทดลองครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการนำ ริปเปิล(XRP) มาใช้ด้านการชำระเงินแต่อย่างใด เนื้อหาในงานวิจัยและหน้าโครงการเกี่ยวข้องกับการใช้ เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์เป็นเลดเจอร์สาธารณะสำหรับตรวจสอบข้อมูล ไม่ใช่การชำระเงินด้วยโทเคน XRP หรือการจัดหาสภาพคล่อง
การใช้ เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์ เดฟเน็ต ก็แตกต่างจากการใช้งานจริงบนเมนเน็ตหรือการนำไปใช้เชิงพาณิชย์โดยธนาคารกลาง เดฟเน็ตเป็นสภาพแวดล้อมสำหรับการทดลองและตรวจสอบเท่านั้น ไม่ได้บ่งชี้ถึงการนำไปใช้จริงหรือความต้องการธุรกรรมบนเครือข่ายที่ใช้งานจริงแต่อย่างใด
ในทางเทคนิค เลดเจอร์สาธารณะทำหน้าที่เป็นสมุดบัญชีสำหรับตรวจสอบย้อนหลังว่า 'ใคร เผยแพร่ไฟล์อะไร เมื่อใด' ค่าสถิติจริงจะไม่ถูกบันทึกบนเชน มีเพียงแฮชที่ใช้ระบุไฟล์และหนังสือรับรองสำหรับการตรวจสอบเท่านั้นที่ถูกเก็บไว้
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านคือจุดเชื่อมต่อระหว่างสถิติของหน่วยงานทางการกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ก่อนหน้านี้ BIS เคยเสนอมาตรฐานร่วมสำหรับสถิติการเงินและการเงินระยะยาว มาแล้ว และครั้งนี้ได้ทดลองวิธีการตรวจสอบความครบถ้วนของกระบวนการเผยแพร่สถิติ
แนวโน้มนี้สะท้อนว่าการหารือเรื่องบล็อกเชนในแวดวงธนาคารกลางไม่ได้จำกัดอยู่แค่การชำระเงินและการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ประเด็นความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า BIS ได้บรรจุประเด็นการขยายตัวของสเตเบิลคอยน์เข้าเป็นวาระตรวจสอบระยะกลางด้านนโยบายการเงินและเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารกลาง
ขอบเขตการตีความควรจำกัดอยู่เพียงเท่านี้ ผลการทดลองครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เอ็กซ์อาร์พี เลดเจอร์ ถูกนำมาใช้ในการทดลองตรวจสอบสถิติทางการเท่านั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าความต้องการ ริปเปิล(XRP) จะเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางจะนำไปใช้งานจริง หรือมาตรฐานการเผยแพร่สถิติจะเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ทั้งนี้ BIS ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานจริง
ความคิดเห็น 0