กำหนดปิดรับสมัคร ‘ผู้แทนโจทก์’ (Lead Plaintiff) ในคดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ที่นักลงทุนของฮิมส์แอนด์เฮอร์ส เฮลท์ (Hims & Hers Health, $HIMS) ยื่นฟ้องในสหรัฐฯ ถูกกำหนดไว้ที่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ทั้งนี้ กระบวนการนี้ไม่ใช่การเรียกร้องค่าชดเชยจากผู้บริโภค แต่เป็นการคัดเลือกโจทก์ที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มนักลงทุนในการดำเนินคดี
สำนักงานกฎหมายฟารูคีแอนด์ฟารูคี (Faruqi & Faruqi) ระบุในประกาศว่า นักลงทุนที่ซื้อหลักทรัพย์ของฮิมส์แอนด์เฮอร์สในช่วงวันที่ 4 สิงหาคม 2025 ถึง 29 กรกฎาคม 2026 อยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิ์ยื่นสมัครเป็นผู้แทนโจทก์ โดยผู้แทนโจทก์คือคู่ความที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มนักลงทุนในการนำคดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์
จุดเริ่มต้นของคดีนี้คือคดีที่คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) โดย FTC ยื่นฟ้องฮิมส์แอนด์เฮอร์สต่อศาลแขวงกลางแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ (Northern District of California) ร่วมกับรัฐยูทาห์และเทศมณฑลลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย
FTC กล่าวหาว่าฮิมส์แอนด์เฮอร์สแชร์ข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อนของผู้บริโภคให้กับแพลตฟอร์มโฆษณาบุคคลที่สามอย่างเมตา (Meta) และสแนป (Snap) นอกจากนี้ คำฟ้องยังระบุว่าบริษัททำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในขั้นตอนการเรียกเก็บค่าใบสั่งยาและการยกเลิกการสมัครสมาชิก
ตาม FTC ผู้ใช้ถูกเรียกเก็บค่าใบสั่งยาทันทีหลังส่งแบบสอบถามออนไลน์ แม้บริษัทจะระบุว่าผู้ใช้จะได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อหาการรักษาที่เหมาะสม แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้รับโอกาสเพียงพอในการให้ตรวจสอบหรืออนุมัติใบสั่งยา
ขั้นตอนการยกเลิกการสมัครสมาชิกก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา FTC ตั้งข้อสังเกตว่าปุ่มยกเลิกถูกซ่อนอยู่หลังหลายขั้นตอน และตั้งคำถามว่าการแจ้งเตือนเรื่องความเป็นส่วนตัวเพียงพอหรือไม่
ในวันเดียวกัน ฮิมส์แอนด์เฮอร์สออกแถลงการณ์ถึงนักลงทุนเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาของ FTC บริษัทระบุว่าได้ให้ความร่วมมือและส่งมอบข้อมูลจำนวนมากตลอดการสอบสวนของ FTC ที่กินเวลาประมาณ 3 ปี พร้อมยืนยันว่าคดีนี้ละเลยกฎหมายระดับรัฐที่มีอยู่และมาตรฐานอุตสาหกรรมเทเลเฮลท์
บริษัทยังแสดงจุดยืนว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ในชั้นศาล ทั้งนี้ ขั้นตอนปัจจุบันเป็นเพียงการยื่นข้อกล่าวหาจากฝั่ง FTC และฝ่ายโจทก์เท่านั้น ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าบริษัทมีความรับผิดหรือต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่
เอกสาร 10-Q ประจำไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ฮิมส์แอนด์เฮอร์สยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่าบริษัทตั้งสำรองหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นนี้ไว้ประมาณ 60 ล้านดอลลาร์
บริษัทระบุว่ายังยากที่จะคาดการณ์ผลของคดี และวงเงินสำรองดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ในอนาคต ทั้งนี้ สำรองหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นเป็นตัวเลขทางบัญชีที่กันไว้ล่วงหน้าเผื่อความเสียหายที่ยังไม่แน่นอน เช่น จากคดีความ
ข้อมูลคดีความจากศาลระบุว่าคดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์นี้ถูกยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยใช้ชื่อคดีว่า ‘Velanki v. Hims & Hers Health, Inc. et al.’ รายชื่อจำเลยประกอบด้วยฮิมส์แอนด์เฮอร์ส, แอนดรูว์ ดูดัม(Andrew Dudum) และโอลูเยมี โอคูเป(Oluyemi Okupe)
ราคาหุ้น HIMS ในวันที่ FTC ประกาศฟ้องคือวันที่ 29 กรกฎาคม ร่วงลง 4.32 ดอลลาร์ หรือ 14.73% ปิดที่ 25.00 ดอลลาร์ หลังจากนั้นสำนักงานกฎหมายหลายแห่งออกประกาศถึงนักลงทุน และมีการแจ้งเตือนกำหนดปิดรับสมัครผู้แทนโจทก์วันที่ 2 พฤศจิกายนซ้ำหลายครั้ง
สำหรับผู้อ่านในไทย กรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงคดีผู้บริโภคของบริษัทเฮลท์แคร์สหรัฐฯ แต่ยังเชื่อมโยงกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนและกระบวนการฟ้องร้องของนักลงทุน ก่อนหน้านี้ฮิมส์แอนด์เฮอร์สเคยถูกพูดถึงในข้อพิพาทเรื่องการซื้อขายหุ้นโทเคไนซ์และมีมคอยน์ แต่คดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายโทเคนบนเชน โดยเป็นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ และข้อกล่าวหาความเสียหายของนักลงทุนหลังคดี FTC
ก่อนหน้านี้ฮิมส์แอนด์เฮอร์สเคยถูกวีซ่าจับตาจากข้อพิพาทการชำระเงินของบริการสมัครสมาชิกยาลดน้ำหนัก คดี FTC ครั้งนี้ครอบคลุมทั้งประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล การเรียกเก็บเงิน และขั้นตอนการยกเลิก ซึ่งจะทำให้แนวทางการดำเนินธุรกิจบริการลูกค้าของบริษัทกลายเป็นประเด็นในชั้นศาลต่อไป
กำหนดปิดรับสมัครผู้แทนโจทก์คือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 หลังปิดรับสมัคร ศาลจะพิจารณาความเป็นตัวแทนและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดเลือกคู่ความที่จะเป็นผู้นำคดีนี้ต่อไป
ความคิดเห็น 0