Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

จีนเตรียมพาคณะนักธุรกิจร่วมสี จิ้นผิง เยือนวอชิงตัน 24 ก.ย. พบทรัมป์

ขบวนคุ้มกันนิรนามเดินทางมาถึงหน้าทำเนียบขาว / TokenPost.ai

สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีน กำลังเตรียมพาคณะนักธุรกิจขนาดใหญ่ร่วมเดินทางไปการประชุมกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 กันยายนนี้ ท่ามกลางการประเมินว่าแผนดังกล่าวสะท้อนความพยายามบริหารจัดการความสัมพันธ์การค้าจีน-สหรัฐฯ มากกว่าเป็นเพียงพิธีการทางการทูตตามปกติ

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) อ้างแหล่งข่าว 2 ราย รายงานว่าฝ่ายจีนกำลังผลักดันแนวทางนี้ แต่ยังไม่ระบุรายชื่อผู้บริหารที่จะร่วมคณะ ขณะที่เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post) รายงานเช่นกันว่าหน่วยงานจีนและสหรัฐฯ กำลังหารือเรื่องการให้ภาคธุรกิจเข้าร่วม แต่ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย

แนวคิดนี้ถือว่าผิดปกติเมื่อเทียบกับแนวทางการเยือนต่างประเทศของสี จิ้นผิง ในช่วงหลัง เนื่องจากหลังปี 2020 ที่ทางการจีนเริ่มเข้มงวดกับภาคเทคโนโลยี การศึกษา และอสังหาริมทรัพย์ สี จิ้นผิง แทบไม่พานักธุรกิจร่วมเดินทางไปต่างประเทศอีกเลย โดยครั้งล่าสุดที่มีคณะนักธุรกิจขนาดใหญ่ร่วมเยือนสหรัฐฯ ต้องย้อนกลับไปถึงปี 2015

ในการเยือนสหรัฐฯ ปี 2015 คณะนักธุรกิจจีนมีทั้งแจ็ค หม่า (Jack Ma) ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา(BABA) โพนี หม่า (Pony Ma) ผู้ก่อตั้งเทนเซ็นต์ (Tencent) รวมถึงผู้บริหารธนาคารและรัฐวิสาหกิจจีน ครั้งนั้นจีนเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินโบอิ้ง(BA) 300 ลำ มูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 51.566 ล้านล้านวอน) และสี จิ้นผิง ยังได้พบผู้บริหารแอปเปิล(AAPL) เมตา(META) และอเมซอน(AMZN) ด้วย

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทรัมป์เยือนจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรอยเตอร์รายงานว่าครั้งนั้นทรัมป์พาผู้บริหารบริษัทสหรัฐฯ ร่วมคณะถึง 18 คน รวมถึงเจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอเอ็นวิเดีย(NVDA) และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอเทสลา(TSLA)

ในทางการทูตระดับผู้นำ การพาคณะนักธุรกิจร่วมเดินทางมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงข้อตกลงด้านการลงทุนหรือการจัดซื้อ แม้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจะยังไม่ประกาศข้อตกลงที่ชัดเจน แต่ขนาดและองค์ประกอบของคณะนักธุรกิจก็สามารถบ่งบอกบรรยากาศการเจรจาได้ ทำให้แผนการเยือนวอชิงตันครั้งนี้ได้รับความสนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังนำไพ่การทูตภาคธุรกิจกลับมาใช้อีกครั้ง

สก็อตต์ เคนเนดี (Scott Kennedy) ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจจีนจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “ฝ่ายจีนดูเหมือนต้องการใช้บทบาทของนักธุรกิจในคณะผู้แทนอย่างมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น” สะท้อนว่าการพานักธุรกิจร่วมคณะอาจไม่ใช่แค่การเข้าร่วมพิธีการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสารที่ใช้ในการเจรจา

ประเด็นที่น่าจับตาคือการต่ออายุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระยะ 1 ปี ที่สองฝ่ายเคยตกลงกันไว้ที่เมืองปูซานเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน โดยรอยเตอร์สรุปว่าข้อตกลงปูซานครอบคลุมทั้งการที่จีนระงับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 1 ปี การที่สหรัฐฯ ระงับการขยายบัญชีดำด้านเทคโนโลยีต่อจีนเป็นเวลา 1 ปี และการที่สหรัฐฯ กลับมาซื้อถั่วเหลืองจากจีนอีกครั้ง

ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าเป็นข้อตกลงทางการเมืองที่ระงับหรือลดแรงกดดันด้านการค้า เช่น ภาษีนำเข้าและมาตรการควบคุมการส่งออก ในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ข้อตกลงถาวรตามกฎหมาย แต่เป็นกลไกบริหารจัดการที่มีกำหนดเวลา เมื่อใกล้ครบกำหนดทั้งสองฝ่ายจึงต้องกลับมาเจรจาเรื่องการต่ออายุและเงื่อนไขกันใหม่ การประชุมที่วอชิงตันครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นความต่อเนื่องของกระบวนการดังกล่าว

ก่อนการประชุมสุดยอด สหรัฐฯ ยังพิจารณาประเด็นภาษีนำเข้าและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีควบคู่กันไปด้วย ก่อนหน้านี้โทเคนโพสต์เคยรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่ม 7.5% ก่อนการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ทั้งนี้ การพานักธุรกิจร่วมคณะเพียงอย่างเดียวยังไม่อาจสรุปได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีหรือมาตรการควบคุมการส่งออกแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้โทเคนโพสต์ยังเคยรายงานว่าทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าเตรียมการสำหรับการเยือนวอชิงตันของสี จิ้นผิง โดยขณะนั้นมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะคว่ำบาตรธนาคารจีนและแรงกดดันเรื่องมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านควบคู่กับกำหนดการทางการทูตระดับผู้นำ โครงสร้างที่แรงกดดันด้านการคว่ำบาตรและการเจรจาการค้าดำเนินไปพร้อมกันเช่นนี้ ถือเป็นปัจจัยที่ขยายขอบเขตการเจรจาของการประชุมครั้งนี้

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ได้ตอบคำถามของรอยเตอร์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ของจีนก็ไม่ได้ตอบกลับในทันทีเช่นกัน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ทรัมป์เคยกล่าวถึงกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ของสี จิ้นผิง ในวันที่ 24 กันยายน พร้อมระบุว่าจะหารือประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วย

ยังไม่มีการยืนยันวาระการประชุมที่เชื่อมโยงโดยตรงกับคริปโตหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ประเด็นนี้จึงเป็นข่าวเชิงนโยบายที่สะท้อนเสถียรภาพการค้าจีน-สหรัฐฯ มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และทิศทางการเจรจาห่วงโซ่อุปทาน มากกว่าจะเป็นปัจจัยที่กระทบสินทรัพย์รายตัวอย่างบิตคอยน์(BTC) โดยตรง

สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เจมิสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และเหอ ลี่เฟิง (He Lifeng) รองนายกรัฐมนตรีจีน มีกำหนดหารือผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 4 กันยายนว่า การต่ออายุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าปูซานและการปรับมาตรการภาษี-การควบคุมการส่งออก ถูกกล่าวถึงว่าเป็นตัวแปรสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1