ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มอบอำนาจให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสหรัฐใช้อำนาจตามกฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (Defense Production Act) ในด้านพลังงานได้อย่างเป็นอิสระ มาตรการนี้ปรับขอบเขตการใช้อำนาจของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การก่อสร้าง การกระจาย และการใช้พลังงาน
ทำเนียบขาวออกคำสั่งพิเศษเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) กำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐใช้อำนาจด้านพลังงานในขอบเขตของแต่ละหน่วยงานได้อย่างเป็นอิสระจากกัน คำสั่งฉบับนี้แก้ไขคำสั่งพิเศษเลขที่ 13603 ปี 2012 และคำสั่งพิเศษเลขที่ 14391 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเผยแพร่ต้นฉบับคำสั่งพิเศษนี้ไว้บนเว็บไซต์ทางการ
รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน จะสามารถใช้อำนาจบางส่วนตามมาตรา 101(c)(1)-(2) ของกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างเป็นอิสระเช่นกัน อำนาจดังกล่าวครอบคลุมการขยายกำลังผลิตวัสดุและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของสัญญาภาคเอกชน
หากเกิดความเห็นต่างระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน คณะกรรมการครองความเป็นเจ้าโลกด้านพลังงานแห่งชาติ (National Energy Dominance Council) จะเป็นผู้ประสานงานก่อนเป็นลำดับแรก แต่ถ้าเรื่องเกี่ยวพันกับโครงสร้างพื้นฐานด้านกลาโหมหรือปฏิบัติการทางทหาร คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) และประสานกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ
คำสั่งพิเศษฉบับนี้ไม่ได้สร้างอำนาจใหม่ตามกฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ แต่เป็นการ 'ปรับเปลี่ยนผู้รับมอบอำนาจ' ที่ประธานาธิบดีมีอยู่เดิมเท่านั้น ตัวคำสั่งระบุชัดว่าการใช้อำนาจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและกรอบงบประมาณที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม รัฐบาลทรัมป์ได้ออกคำสั่งพิเศษเลขที่ 14391 กำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานเป็นผู้ใช้อำนาจบางส่วนได้อย่างเป็นอิสระอยู่แล้ว คำสั่งฉบับล่าสุดจึงเป็นการเพิ่มรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจกลุ่มเดียวกัน คำสั่งพิเศษเดือนมีนาคมก็เผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ทำเนียบขาวเช่นกัน
กฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลกลางสหรัฐจัดลำดับความสำคัญของสัญญาภาคเอกชนหรือให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อขยายกำลังการผลิตวัสดุและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม คำสั่งพิเศษฉบับนี้เองไม่ได้ระบุสั่งการสัญญาหรือการจัดสรรทรัพยากรของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นการเฉพาะ
กระทรวงมหาดไทยสหรัฐดูแลการพัฒนาน้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน แร่ธาตุสำคัญ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ บนที่ดินของรัฐบาลกลางและพื้นที่ทางทะเล ส่วนคณะกรรมการครองความเป็นเจ้าโลกด้านพลังงานแห่งชาติจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2025 โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ทำเนียบขาวเคยระบุว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาประธานาธิบดีด้านการผลิตพลังงาน การออกใบอนุญาต การขนส่ง การส่งออก และนโยบายแร่ธาตุสำคัญ
ยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงทางกฎหมายโดยตรงระหว่างคำสั่งพิเศษฉบับนี้กับสัญญาน้ำมันในเวเนซุเอลา ทำเนียบขาวเคยกล่าวอ้างในเอกสารแยกต่างหากว่าสหรัฐได้ 'สิทธิควบคุมส่วนใหญ่' เหนือปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วของเวเนซุเอลากว่า 6.5 หมื่นล้านบาร์เรล แต่เนื้อหาสัญญาฉบับเต็มและขอบเขตการควบคุมที่แท้จริงยังไม่สามารถยืนยันได้จากเอกสารสาธารณะที่เปิดเผย
คำสั่งพิเศษฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงเวเนซุเอลาหรือสัญญาน้ำมันดังกล่าวโดยตรงแต่อย่างใด จึงยังไม่มีหลักฐานที่จะเชื่อมโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันเป็นมาตรการนโยบายเดียว คำสั่งนี้ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไม่มีรายชื่อสัญญาที่ได้รับความสำคัญก่อน ไม่มีขนาดงบประมาณ หรือปริมาณการจัดสรรทรัพยากรที่ชัดเจน จึงยังไม่มีเนื้อหาใดที่จะสรุปได้ว่าการขยายอำนาจของกระทรวงมหาดไทยจะนำไปสู่การตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งในทันที
คำสั่งพิเศษฉบับนี้ไม่มีเนื้อหาที่พาดพิงตลาด 'คริปโต' หรือบล็อกเชนโดยตรง แม้ห่วงโซ่อุปทานด้านแร่ธาตุสำคัญและพลังงานอาจเกี่ยวข้องทางอ้อมกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า แต่ในคำสั่งนี้ไม่มีข้อกำหนดใดที่เกี่ยวกับการขุดคริปโต บล็อกเชน หรือสินทรัพย์ดิจิทัลแต่อย่างใด
เอกสารทางการของทำเนียบขาวและกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้เปิดเผยท่าทีที่ชัดเจนจากภาคธุรกิจพลังงานเอกชน อุตสาหกรรมเหมืองแร่ หรืออุตสาหกรรมไฟฟ้าต่อการขยายอำนาจครั้งนี้ ในขณะนี้มาตรการดังกล่าวจึงยังคงมีสถานะเป็นเพียงคำสั่งพิเศษที่ปรับขอบเขตการมอบอำนาจของประธานาธิบดีในระดับกระทรวง มากกว่าจะเป็นการออกกฎหมายใหม่
ความคิดเห็น 0