นักลงทุนกลุ่มผู้ถือ ‘บิตคอยน์’(BTC) ระยะสั้นโยกเหรียญออกไปยังตลาดแลกเปลี่ยนรวม 549,300 BTC ภายในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปี ทำให้ตลาดจับตาแรงขายทำกำไรของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นควบคู่ไปกับภาระ ‘เลเวอเรจ’ ในตลาดอนุพันธ์
สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) แถลงเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่าดัชนี PPI สำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนดัชนีที่ไม่รวมอาหาร พลังงาน และบริการด้านการค้า เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวปรากฏในแถลงการณ์ PPI เดือนสิงหาคมของสำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ
หลังการแถลง PPI ตลาดคริปโตมีการพูดถึงยอดการ ‘ปิดสถานะบังคับ’ (liquidation) ในตลาดอนุพันธ์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมูลค่าประมาณ 363 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.882 แสนล้านวอน) ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้จากข้อมูลสาธารณะในช่วงเวลาเดียวกัน จึงยังไม่ควรถือเป็นตัวเลขที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูลออนเชนชี้ว่าการโยกเหรียญของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นเข้าตลาดแลกเปลี่ยนมีความโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ‘ผู้ถือระยะสั้น’ ในความหมายทั่วไปหมายถึงกลุ่มที่ถือบิตคอยน์มาไม่เกิน 6 เดือน
แอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์ (Axel Adler Jr.) นักวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน เปิดเผยบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 10 ว่ากลุ่มผู้ถือระยะสั้นโยกบิตคอยน์รวม 549,300 BTC เข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 19 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน โดยบทวิเคราะห์ของแอดเลอร์นำเสนอตัวเลขดังกล่าวจากข้อมูลกระแสเงินไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยน
ในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาบิตคอยน์ปรับขึ้นจากประมาณ 64,000 ดอลลาร์ เป็นประมาณ 78,000 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 21% เมื่อปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าตลาดเพิ่มขึ้นพร้อมกับราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าปริมาณที่โยกย้ายทั้งหมดถูกนำไปขายทันที
บิตคอยน์ที่ถูกโอนเข้าตลาดแลกเปลี่ยนอาจถูกใช้เพื่อวางเป็นหลักประกันหรือรอทำธุรกรรมได้เช่นกัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายเพียงอย่างเดียว ดังนั้นปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าตลาดจึงเป็นเพียงตัวชี้วัดแรงกดดันด้านการขายที่อาจเกิดขึ้น แต่ไม่ได้สะท้อนปริมาณการขายจริงเสมอไป
ดัชนี SOPR ซึ่งใช้ดูว่ากลุ่มผู้ถือระยะสั้นทำกำไรหรือไม่ อยู่ที่ 1.0104 ณ วันที่ 10 กันยายน ลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 1.0451 แต่ยังคงอยู่เหนือระดับจุดคุ้มทุนที่ 1
แอดเลอร์ระบุว่า SOPR ของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นอยู่เหนือระดับ 1 ต่อเนื่องมาแล้ว 22 วัน ค่า SOPR ที่สูงกว่า 1 หมายความว่าราคาเฉลี่ยของบิตคอยน์ที่ถูกโยกย้ายสูงกว่าราคาต้นทุนที่ซื้อมา ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มนี้อยู่ในช่วงที่สามารถทำกำไรได้โดยเฉลี่ย
อย่างไรก็ตาม SOPR ไม่ใช่ดัชนีที่ยืนยันได้ว่าเหรียญแต่ละส่วนถูกขายจริงหรือไม่ และไม่ได้ชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์ในอนาคต แม้จะพิจารณาทั้งปริมาณการโยกย้ายเข้าตลาดและค่า SOPR ร่วมกัน ก็ยังไม่สามารถยืนยันขนาดการขายจริงหรือเจตนาของนักลงทุนได้ทั้งหมด
สื่อ AMBCrypto นำเสนอความเป็นไปได้แบบมีเงื่อนไขว่า การเปลี่ยนแปลงสถานะสุทธิของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นอาจเปลี่ยนจากช่วง ‘กระจายขาย’ ไปสู่ช่วง ‘สะสมเหรียญ’ โดยวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่การปรับขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและระยะเวลาของการสะสมเหรียญดังกล่าว
การปรับขึ้นของ PPI สหรัฐฯ และการโยกย้ายบิตคอยน์ของกลุ่มผู้ถือระยะสั้น ถูกกล่าวถึงในฐานะปัจจัยหลายด้านที่อธิบายความผันผวนของตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุโดยตรงระหว่าง PPI กับราคาบิตคอยน์ หรือระหว่างยอดปิดสถานะบังคับกับปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าตลาดได้
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานผลวิเคราะห์ออนเชนที่ระบุว่าสัดส่วนผู้ถือบิตคอยน์ระยะสั้นลดลง ขณะที่บทวิเคราะห์ล่าสุดนี้มุ่งเน้นไปที่การโยกย้ายเข้าตลาดแลกเปลี่ยนและดัชนีทำกำไรที่เปลี่ยนแปลงล่าสุด มากกว่าสัดส่วนการถือครองของกลุ่มผู้ถือระยะสั้น
การประเมินทิศทางระยะสั้นของตลาดบิตคอยน์จำเป็นต้องติดตามทั้งค่า SOPR ของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นและความเคลื่อนไหวของกระแสเงินไหลเข้าตลาดแลกเปลี่ยนต่อไป ตัวเลขที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ ปริมาณการโยกย้ายเข้าตลาดแลกเปลี่ยน 549,300 BTC ค่า SOPR ที่ 1.0104 และอัตราการเพิ่มขึ้นของ PPI รายปีที่ 5.4%
ความคิดเห็น 0