องค์กรที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือถูกเปิดโปงว่าเสนอสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 500 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 17,500 บาท) ให้กับแรงงานไอทีบางส่วนในประเทศที่สาม เช่น อิหร่านและเลบานอน เพื่อให้คนเหล่านี้เข้าสัมภาษณ์งานตำแหน่งทำงานทางไกลกับบริษัทสหรัฐฯ แทนตัวจริง ก่อนจะโอนงานที่ได้รับคัดเลือกไปให้แรงงานฝั่งเกาหลีเหนือทำต่อ
ผู้ที่เข้าร่วมสัมภาษณ์แทนบางส่วนจะสวมบทบาทเป็นผู้สมัครจริง ผ่านขั้นตอนสัมภาษณ์ด้านเทคนิคและการยืนยันตัวตนจนสำเร็จ เมื่อเซ็นสัญญาจ้างงานแล้วจึงถอนตัวออกจากงานจริง จากนั้นแรงงานฝั่งเกาหลีเหนือจะเข้ามาทำงานทางไกลแทน และสามารถเข้าถึงระบบภายในของบริษัทได้
สำนักข่าว NBC รายงานว่าองค์กรที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือได้เข้าหานักพัฒนาในประเทศที่สามอย่างอิหร่านและเลบานอนผ่านลิงก์อิน (LinkedIn) แล้วว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนสัมภาษณ์งาน” โดยตัวแทนบางรายใช้ชื่อจริงของตนเองสมัครตำแหน่งงานทางไกลกับบริษัทสหรัฐฯ และเข้าร่วมสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลด้วยตนเอง
มีรายงานว่าตัวแทนบางรายได้รับข้อเสนอเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 500 ดอลลาร์ทุกเดือน และยังพบกรณีการใช้ตัวตนปลอมและการส่งต่องานให้ผู้อื่นทำหลังได้รับการว่าจ้างด้วย
การใช้แรงงานประเทศที่สามเป็นตัวแทนช่วยให้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบตัวตนโดยตรงที่บริษัทมักใช้กับผู้สมัครสัญชาติเกาหลีเหนือ เนื่องจากผู้สมัครกับผู้ทำงานจริงเป็นคนละคนกัน กระบวนการตรวจสอบประวัติและสัมภาษณ์ด้านเทคนิคตามปกติจึงยากที่จะจับความแตกต่างนี้ได้
ศูนย์รับแจ้งอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (IC3) ภายใต้สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกประกาศเตือนเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ระบุแรงงานไอทีเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามภายในองค์กร โดยระบุว่าแรงงานไอทีเกาหลีเหนือเมื่อได้สัญญาจ้างแล้วจะพยายามโอนค่าจ้างกลับไปยังหน่วยงานระดับสูงในเกาหลีเหนือ และอาจเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูล การขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล และการลักลอบนำข้อมูลอ่อนไหวออกไป
คำเตือนของ IC3 ยังระบุถึงกรณีที่ระหว่างขั้นตอนว่าจ้าง มีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้สมัครเข้าร่วมสัมภาษณ์หรือทำงานจริงแทน ซึ่งถูกจัดเป็นความเสี่ยงที่แตกต่างจากการโจมตีทางไซเบอร์จากภายนอก เพราะเป็นการอาศัยความสัมพันธ์การจ้างงานที่ถูกกฎหมายเพื่อเข้าถึงสิทธิ์ภายในองค์กร
ปัจจัยเสี่ยงอีกประการที่ถูกระบุคือ กรณีที่บริษัทส่งโน้ตบุ๊กและบัญชีผู้ใช้ไปยังสถานที่ที่สามซึ่งไม่ใช่ที่พักอาศัยจริงของพนักงาน หรือให้สิทธิ์เข้าถึงระบบก่อนที่การยืนยันตัวตนจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่ออุปกรณ์และบัญชีตกไปอยู่ในมือของผู้ทำงานจริง ขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลภายในของบริษัทก็อาจขยายกว้างขึ้น
IC3 แนะนำให้บริษัทตรวจสอบเปรียบเทียบที่อยู่บนบัตรประจำตัวกับที่อยู่จัดส่งอุปกรณ์ รวมถึงยืนยันใบหน้าและสภาพแวดล้อมโดยรอบของผู้สมัครระหว่างสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบบัญชีที่ใช้รับการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล สถานที่ทำงานจริง และช่วงเวลาที่มีการเข้าถึงระบบไปพร้อมกันด้วย
รายงานก่อนหน้านี้ของ TokenPost เคยนำเสนอว่าการแทรกซึมผ่านการจ้างงานทางไกลของเกาหลีเหนือกำลังกลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยในการจ้างงานของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบนักพัฒนาทางไกลและกระบวนการสัมภาษณ์ กรณีล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าการสัมภาษณ์แทนไม่ได้เป็นเพียงการฉ้อโกงในการสมัครงานเท่านั้น แต่ยังถูกใช้เป็นช่องทางเพื่อเข้าถึงสิทธิ์ภายในองค์กรได้อีกด้วย
บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ CrowdStrike ระบุในรายงานภัยคุกคามภาคบริการทางการเงินประจำปี 2026 ว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลไปมูลค่า 2.02 พันล้านดอลลาร์ (ราว 70,700 ล้านบาท) ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อนหน้า
รายงานระบุว่าองค์กรที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือใช้ตัวตนที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์และบัญชีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลปลอม เพื่อแทรกซึมเข้าไปในตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและบริษัทฟินเทค โดยวิเคราะห์ว่าสิทธิ์การเข้าถึงที่ได้จากขั้นตอนการว่าจ้างอาจนำไปสู่การขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลและการลักลอบนำข้อมูลของบริษัทออกไปได้
สำหรับบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการจ้างงานทางไกลข้ามพรมแดน จำเป็นต้องตรวจสอบขั้นตอนการยืนยันตัวตนของแต่ละบริษัทแยกต่างหาก รวมถึงตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ทำงานจริงด้วย
เนื่องจากบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศเองก็มีการใช้นักพัฒนาต่างชาติและแรงงานทางไกลอยู่บ้าง การตรวจสอบว่าผู้ที่เข้าร่วมสัมภาษณ์ตรงกับผู้ทำงานจริงหรือไม่จึงควรถูกรวมอยู่ในขอบเขตการดูแลความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะสิทธิ์การเข้าถึงระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล ตลาดซื้อขาย และข้อมูลลูกค้า ไม่ควรถูกมอบให้ทั้งหมดในทันทีหลังการว่าจ้าง
ในส่วนของขนาดความเสียหายที่แท้จริงและการถูกบุกรุกจริงหรือไม่ของแต่ละบริษัทในกรณีนี้ ยังต้องให้แต่ละบริษัทตรวจสอบด้วยตนเอง โดยบริษัทต่าง ๆ ควรทบทวนกระบวนการว่าจ้างด้วยการตรวจสอบเปรียบเทียบที่อยู่บนบัตรประจำตัว ที่อยู่จัดส่งอุปกรณ์ ผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ บัญชีที่ใช้รับเงิน และช่วงเวลาที่เข้าถึงระบบ
ความคิดเห็น 0