ETF โดชคอยน์(DOGE) 3 กองทุนในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมเพียงราว 12 ล้านดอลลาร์ ในรอบเกือบ 10 เดือนนับตั้งแต่เปิดซื้อขาย ขณะที่ ETF ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) ในช่วงเวลาเดียวกันดูดเงินไหลเข้ารวมกันทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์
CoinDesk รายงานว่ายอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมของ ETF โดชคอยน์ทั้ง 3 กองทุนอยู่ที่ราว 12 ล้านดอลลาร์เศษ โดยเฉพาะวันที่ 9 กันยายนเพียงวันเดียว ETF ริปเปิลมีเงินไหลเข้าถึง 12.29 ล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับยอดสะสมทั้งหมดของ ETF โดชคอยน์ 3 กองทุนรวมกัน ตัวเลขดังกล่าวปรากฏอยู่ในรายงานของ PANews ด้วยเช่นกัน
ETF ริปเปิลมียอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมนับตั้งแต่เปิดซื้อขายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 อยู่ที่ 1,700 ล้านดอลลาร์ ส่วน ETF โซลานาซึ่งเปิดซื้อขายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 มียอดสะสมอยู่ที่ 1,360 ล้านดอลลาร์ ยอดเงินไหลเข้าสะสมของทั้งสองกองทุนสูงกว่ายอดรวมของ ETF โดชคอยน์ทั้ง 3 กองทุนมากกว่า 100 เท่า
เงินไหลเข้า ETF โดชคอยน์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งหมด 199 วันทำการ มีเพียง 28 วันที่บันทึกเงินไหลเข้าสุทธิ ขณะที่อีก 166 วันทำการไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิเลย คิดเป็น 0 ดอลลาร์
เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF คำนวณจากยอดจองซื้อหักด้วยยอดไถ่ถอนในแต่ละวันทำการ ดังนั้นตัวเลข 0 ดอลลาร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าวันนั้นไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลย
ในตลาด ETF โดชคอยน์ยังมีความเคลื่อนไหวด้านการปิดกองทุนเกิดขึ้นด้วย โดยบิตไวส์ตัดสินใจเลิกกองทุน ETF โดชคอยน์ที่ใช้ชื่อย่อ BWOW ซึ่ง ณ วันที่ 9 กันยายน มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 687,713 ดอลลาร์
บิตไวส์ระบุว่าการเลิกกองทุน BWOW เป็นการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป TokenPost เคยรายงานเรื่องที่บิตไวส์เตรียมเลิกกองทุน BWOW หลังเปิดซื้อขายมาได้ราว 10 เดือนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
วันซื้อขายสุดท้ายของ BWOW กำหนดไว้ที่วันที่ 14 ตุลาคม โดยบิตไวส์จะจ่ายเงินคืนจากการเลิกกองทุนเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เหลืออยู่ในวันที่ 22 ตุลาคม โดยคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 21 ตุลาคม
เอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ก็ระบุกำหนดการวันซื้อขายสุดท้ายและการจ่ายเงินคืนของ BWOW ไว้เช่นกัน โดยบิตไวส์อธิบายในเอกสารดังกล่าวว่าการเลิกกองทุนครั้งนี้เป็นการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและรองรับความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป (https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/2053791/000119312526387903/bwow-ex99_1.htm)
ความแตกต่างระหว่าง ETF โดชคอยน์กับ ETF ริปเปิลและโซลานาไม่ได้อยู่ที่ขนาดเงินไหลเข้าสะสมเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความถี่ของการไหลเข้าด้วย ETF ริปเปิลใช้เงินไหลเข้าเพียงวันเดียวก็เกือบเท่ายอดสะสมทั้งหมดของ ETF โดชคอยน์ ขณะที่ ETF โดชคอยน์มีวันที่เกิดเงินไหลเข้าสุทธิเป็นเพียงส่วนน้อยของวันทำการทั้งหมด
จอร์แดน เจฟเฟอร์สัน (Jordan Jefferson) ผู้ก่อตั้ง MyDoge กล่าวว่า 'การเข้าถึงได้ง่ายไม่ใช่ข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของโดชคอยน์' โดยอธิบายเพิ่มเติมว่าหากต้องการให้ความต้องการจากฝั่งสถาบันขยายตัว นักลงทุนต้องมองเห็นคุณค่าในการใช้งานของโดชคอยน์นอกเหนือไปจากการคาดหวังราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น
ETF เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์อ้างอิงได้ทางอ้อมผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เงินที่ไหลเข้า ETF เป็นผลจากการจองซื้อและไถ่ถอนของแต่ละกองทุนเท่านั้น จึงไม่อาจตีความให้มีความหมายเดียวกับทิศทางราคาของสินทรัพย์ต่างชนิดกัน หรือการเคลื่อนย้ายเงินทุนในตลาดโดยรวมได้
กรณีเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF โดชคอยน์เท่ากับ 0 ดอลลาร์เคยเกิดขึ้นซ้ำในการรวบรวมข้อมูลครั้งก่อนหน้าด้วยเช่นกัน TokenPost เคยรายงานว่ายอดเงินไหลเข้าสุทธิรายวันของ ETF โดชคอยน์เคยถูกบันทึกไว้ที่ 0 ดอลลาร์มาแล้วก่อนหน้านี้
สำหรับนักลงทุนไทย การติดตามทั้งราคาโดชคอยน์ในตลาดสปอตและทิศทางเงินไหลเข้า-ออกของ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ควบคู่กันไปมีความจำเป็น แต่ราคาซื้อขายในประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและสภาพคล่องของแต่ละตลาดซื้อขายด้วย จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเงินไหลเข้า ETF ในสหรัฐฯ จะทำให้ราคาซื้อขายในประเทศเปลี่ยนแปลงไปในสัดส่วนเดียวกัน
BWOW จะปิดการซื้อขายในวันที่ 14 ตุลาคม และมีกำหนดจ่ายเงินคืนจากการเลิกกองทุนเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เหลืออยู่ในวันที่ 22 ตุลาคม
ความคิดเห็น 0