ธนาคารกลางมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia) เปิดเผย 3 ทิศทางหลักของพิมพ์เขียวภาคการเงิน ปี 2027-2030 ได้แก่ สังคมที่มีภูมิคุ้มกัน สังคมที่มั่งคั่ง และระบบการเงินที่พร้อมรับมืออนาคต อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์หลักดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงนโยบายด้านสินทรัพย์ดิจิทัล บล็อกเชน หรือสเตเบิลคอยน์โดยตรงแต่อย่างใด
อับดุล ราชีด กาฟัวร์ (Abdul Rasheed Ghaffour) ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในงาน Sasana Symposium 2026 ที่ Sasana Kijang กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และภูมิคุ้มกันของเศรษฐกิจ โดยงานสัมมนาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม ภายใต้หัวข้อ 'การปฏิรูปเพื่อการฟื้นตัวท่ามกลางความไม่แน่นอน'
กาฟัวร์ระบุว่า ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ กำลังเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ พร้อมอธิบายว่านโยบายการเงินมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคา แต่มีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโดยตรง จึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินควบคู่ไปกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
เขากล่าวว่าระบบการเงินไม่ควรหยุดอยู่แค่การขยายขนาด แต่ต้องสนับสนุนการลงทุนที่สร้างผลผลิต การจ้างงาน และการยกระดับรายได้ด้วย โดยพิมพ์เขียวภาคการเงินฉบับนี้จะทำหน้าที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวลงในแผนระยะกลางของประเทศ
ทิศทางแรกเกี่ยวข้องกับบทบาทของภาคการเงินในการรับมือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทิศทางที่สองมุ่งเชื่อมโยงเงินทุนเข้าสู่การลงทุนที่สร้างผลผลิตและอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง พร้อมสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและการขยายธุรกิจของบริษัทในประเทศ ส่วนทิศทางที่สามเป็นการปรับกรอบกำกับดูแลและตรวจสอบให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ โมเดลธุรกิจใหม่ และความเสี่ยงรูปแบบใหม่
ในงานสัมมนาครั้งนี้ ธนาคารกลางมาเลเซียยังได้เปิดตัวโครงการ 'iTEKAD Employment' เพื่อสนับสนุนการจ้างงานและความมั่นคงด้านรายได้ของกลุ่มเปราะบาง โดยเป็นโครงการที่ให้ความรู้ทางการเงิน การฝึกอบรมอาชีพ การช่วยเหลือด้านการหางาน และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ผ่านความร่วมมือระหว่างธนาคาร หน่วยงานสนับสนุนเงินทุน สถาบันฝึกอบรม และภาคธุรกิจ
จุดเชื่อมโยงกับสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้ปรากฏในสุนทรพจน์หลัก แต่พบในกิจกรรมคู่ขนานของงานแทน โดยธนาคารกลางมาเลเซียได้จัดการประชุมคณะทำงานอุตสาหกรรมการโทเคไนซ์สินทรัพย์ครั้งที่ 3 ในช่วงเวลาเดียวกับงานสัมมนา เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยตัวแทนจาก Maybank, CIMB และ Standard Chartered ได้ร่วมแบ่งปันกรณีการใช้งานโทเคไนซ์สินทรัพย์ และประสบการณ์จากการทดลองใน Digital Asset Innovation Hub
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวกับสุนทรพจน์หลักถือเป็นกิจกรรมคนละส่วนกัน เนื่องจากสุนทรพจน์หลักไม่มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัล บล็อกเชน สเตเบิลคอยน์ หรือการโทเคไนซ์สินทรัพย์โดยตรงแต่อย่างใด ดังนั้น จึงยังไม่สามารถตีความสุนทรพจน์ครั้งนี้เป็นการประกาศนโยบายด้านสินทรัพย์ดิจิทัล หรือขยายผลการทดลองโทเคไนซ์ให้กลายเป็นแนวทางกำกับดูแลที่จะบังคับใช้ในทันทีได้
ธนาคารกลางมาเลเซียระบุในสุนทรพจน์ด้านนวัตกรรมทางการเงินอีกครั้งหนึ่งแยกต่างหากว่า แผนงานการโทเคไนซ์สินทรัพย์กำลังอยู่ในขั้นทดลองนำร่องผ่าน Digital Asset Innovation Hub โดยเนื้อหาดังกล่าวถูกนำเสนอในสุนทรพจน์แยกต่างหาก ไม่ใช่สุนทรพจน์หลักของงาน Sasana Symposium เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
ส่วนวันที่จะเผยแพร่เอกสารฉบับสมบูรณ์ของพิมพ์เขียวภาคการเงิน 2027-2030 รวมถึงรายละเอียดข้อกำหนดด้านกำกับดูแลและขอบเขตสินทรัพย์โทเคไนซ์ที่จะได้รับอนุญาตนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้
ความคิดเห็น 0