NASA อาจสั่งเพิ่มภารกิจมนุษย์ของสตาร์ไลเนอร์จากโบอิง($BA)อีก 2 เที่ยว พร้อมช่วยรับผิดชอบบางส่วนของค่าซ่อมระบบขับเคลื่อนและการรับรองจรวดปล่อยรุ่นใหม่ แต่ทั้งภารกิจเพิ่มเติมและการสนับสนุนค่าใช้จ่ายยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นสัญญาอย่างเป็นทางการ
Ars Technica รายงานว่า NASA มีแผนสั่งซื้อภารกิจมนุษย์สตาร์ไลเนอร์จากโบอิงเพิ่ม 2 เที่ยว และอาจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนในการแก้ไขปัญหาระบบขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า NASA จะสนับสนุนการรับรองเพื่อเปลี่ยนสตาร์ไลเนอร์จากจรวด Atlas V ไปใช้จรวดรุ่นอื่น
จรวดที่ถูกกล่าวถึงในฐานะตัวเลือกใหม่ ได้แก่ Vulcan ของ United Launch Alliance(ULA) และ New Glenn ของ Blue Origin โดยยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะเลือกจรวดใด รวมถึงยังไม่กำหนดวงเงินสนับสนุนและกำหนดการ
รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลัง NASA แก้ไขสัญญาขนส่งมนุษย์เชิงพาณิชย์กับโบอิงในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยลดภารกิจที่ยืนยันแล้วเหลือ 4 เที่ยว และเก็บอีก 2 เที่ยวไว้เป็นสิทธิ์เลือก
ดังนั้น ยังต้องรอเอกสารทางการเพื่อยืนยันว่า ‘เพิ่ม 2 เที่ยว’ ที่ถูกรายงานหมายถึงการใช้สิทธิ์เลือกเดิม หรือเป็นสัญญาใหม่แยกต่างหาก โดย ณ วันที่ 18 กันยายน ยังไม่พบประกาศอย่างเป็นทางการจาก NASA
ภารกิจถัดไปของสตาร์ไลเนอร์ หรือ Starliner-1 จะเป็นภารกิจขนส่งสินค้า ไม่ใช่เที่ยวบินมนุษย์ NASA มีแผนใช้ภารกิจนี้ตรวจสอบการปรับปรุงระบบและเทคโนโลยีที่จำเป็นก่อนการรับรองเที่ยวบินมนุษย์
การกลับมาให้บริการภารกิจมนุษย์ของสตาร์ไลเนอร์ยังมีความท้าทายทางเทคนิค การทดสอบมนุษย์ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2024 เดิมวางแผนไว้ 8–14 วัน แต่ยืดเยื้อเป็น 93 วันเนื่องจากปัญหาระบบขับเคลื่อน และยานเดินทางกลับโดยไม่มีลูกเรือ
บุตช์ วิลมอร์(Butch Wilmore) และซูนี วิลเลียมส์(Suni Williams) ซึ่งอยู่บนยานในขณะนั้น เดินทางกลับโลกในเวลาต่อมาด้วย Crew Dragon ของสเปซเอ็กซ์(SpaceX) NASA จัดเหตุการณ์ทดสอบมนุษย์ในปี 2024 เป็น ‘Type A mishap’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026
คณะสอบสวนของ NASA ระบุว่าความขัดข้องของฮาร์ดแวร์ ช่องว่างด้านการรับรอง การตัดสินใจของฝ่ายบริหาร และปัญหาวัฒนธรรมองค์กร ล้วนเพิ่มความเสี่ยง ขณะที่สำนักงานผู้ตรวจการของ NASA ระบุในรายงานเดือนมิถุนายน 2026 ว่าโบอิงยังไม่ได้รับการรับรองสตาร์ไลเนอร์และ Atlas V สำหรับภารกิจมนุษย์
‘Type A mishap’ เป็นระดับที่ NASA ใช้จัดประเภทเหตุการณ์ซึ่งมีความเสี่ยงร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดความสูญเสียสูง การจัดประเภทครั้งนี้หมายถึง NASA จะตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคนิคและการบริหารจัดการของกระบวนการทดสอบมนุษย์ โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่
Atlas V กำลังเข้าสู่ช่วงปลดประจำการ หากสตาร์ไลเนอร์ต้องรักษาความสามารถในการขนส่งมนุษย์ไปยังวงโคจรต่ำ จะต้องเปลี่ยนไปใช้จรวดรุ่นอื่น และการรับรองจรวดจะเป็นภารกิจเพิ่มเติม
แผนการใช้งาน Crew Dragon ของสเปซเอ็กซ์ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของ NASA กวินน์ ช็อตเวลล์(Gwynne Shotwell) ประธานสเปซเอ็กซ์ กล่าวในพอดแคสต์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กันยายนว่า “โบอิงต้องใช้งานแคปซูลของตัวเอง รัฐบาลจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อภารกิจนั้น” คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนจุดยืนว่าสตาร์ไลเนอร์ควรเข้ามารับภารกิจตามเป้าหมายเดิม
Ars Technica รายงานจากการสอบถามแหล่งข่าวว่า Crew Dragon อาจยุติการใช้งานก่อนปี 2030 แต่ NASA หรือสเปซเอ็กซ์ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการปลดประจำการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
NASA ยังคงใช้ทั้งสเปซเอ็กซ์และโบอิงเพื่อรักษาทางเลือกในการขนส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติและสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้ตรวจการยังชี้ถึงความล่าช้าของกำหนดการ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และประเด็นด้านความปลอดภัยในโครงการขนส่งมนุษย์เชิงพาณิชย์
ขณะที่ Crew Dragon ของสเปซเอ็กซ์ปฏิบัติภารกิจเดินทางไปกลับสถานีอวกาศนานาชาติ สตาร์ไลเนอร์ยังต้องแก้ไขทั้งการรับรองภารกิจมนุษย์และการเปลี่ยนจรวดปล่อย ภารกิจ Starliner-1 จึงเป็นจุดที่ต้องติดตามว่าสามารถยืนยันเทคโนโลยีสำหรับการกลับมาขนส่งมนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด
การที่ NASA จะยืนยันภารกิจสตาร์ไลเนอร์เพิ่มเติมเป็นสัญญาจริงหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับประกาศทางการและขั้นตอนการรับรองในระยะต่อไป ขณะที่ความคืบหน้าของภารกิจขนส่งสินค้า Starliner-1 จะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
ความคิดเห็น 0