เทรดเดอร์ที่ถูกตีความว่าเป็นนักลงทุนรายย่อยขาดทุนรวม 1.11 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.533 ล้านล้านวอน) จากตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีกำหนดอายุของไฮเปอร์ลิควิดในช่วง 15 เดือน โดยค่าธรรมเนียมคิดเป็น 725 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.002 ล้านล้านวอน) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและ Columbia Business School ระบุผลดังกล่าวในบทความวิชาการ ‘Who Loses and Why? Market Microstructure of Perpetual Futures’ หลังวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อขายบนบล็อกเชนของไฮเปอร์ลิควิด โดยจำแนกผู้เข้าร่วมตามรูปแบบการซื้อขายของกระเป๋าเงิน และตีความเทรดเดอร์ที่ซื้อขายผ่านฟรอนต์เอนด์เป็นหลักว่าเป็นนักลงทุนรายย่อย
ในกลุ่มที่วิเคราะห์พบว่า ความเสียหายจากการถูกบังคับชำระบัญชีอยู่ที่ 226 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 312.3 พันล้านวอน) ขณะที่ความเสียหายจากการซื้อขายโดยสมัครใจอยู่ที่ 154 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 212.7 พันล้านวอน) นักวิจัยอธิบายว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ถูกโอนโดยตรงให้เทรดเดอร์ฝั่งตรงข้าม แต่ตกเป็นรายได้ของแพลตฟอร์ม
ความเสียหายจากค่าธรรมเนียมมีมูลค่าสูงกว่าความเสียหายจากการถูกบังคับชำระบัญชีหรือการซื้อขายโดยสมัครใจ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในแต่ละหมวดที่ระบุในบทความไม่สอดคล้องกับยอดขาดทุนรวมทั้งหมดบางส่วน จึงไม่สามารถนำมาบวกเพื่อคำนวณยอดรวมขึ้นใหม่ได้โดยตรง
งานวิจัยไม่ได้มองว่าสาเหตุของการขาดทุนมาจากการคาดการณ์ทิศทางราคาอย่างผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงประเภทคำสั่งซื้อที่ใช้ ความเร่งด่วนในการเข้าซื้อขาย ตลอดจนการทำงานของเลเวอเรจและเงื่อนไขการชำระบัญชี ซึ่งล้วนเพิ่มต้นทุนได้
เมกเกอร์ใช้คำสั่งจำกัดราคาเพื่อเติมสภาพคล่องในสมุดคำสั่งซื้อ ขณะที่เทกเกอร์ใช้คำสั่งตลาดและดึงสภาพคล่องที่มีอยู่ เทกเกอร์ได้รับการจับคู่คำสั่งทันที แต่ก็อาจเผชิญต้นทุนการซื้อขายที่สูงกว่า
นักวิจัยระบุว่า เทรดเดอร์ที่ซื้อขายผ่านฟรอนต์เอนด์และถูกจำแนกว่าเป็นนักลงทุนรายย่อยมีแนวโน้มต้องการให้คำสั่งซื้อขายได้รับการจับคู่ทันที พฤติกรรมดังกล่าวนำไปสู่ภาระค่าธรรมเนียมและต้นทุนการจับคู่คำสั่งที่สูงขึ้น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีกำหนดอายุเป็นตราสารอนุพันธ์ที่เปิดให้ผู้ลงทุนถือสถานะได้โดยไม่มีวันครบกำหนด ระหว่างการถือสถานะเป็นเวลานาน ค่าฟันดิงและค่าธรรมเนียมการซื้อขายอาจสะสม ขณะที่การเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางตรงข้ามอาจนำไปสู่การบังคับชำระบัญชี
เลเวอเรจช่วยให้ผู้ลงทุนเปิดสถานะขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเงินประกันจำนวนไม่มาก แต่ก็เพิ่มโอกาสที่ความผันผวนของราคาจะกัดกร่อนเงินประกันอย่างรวดเร็ว งานวิจัยนี้ชี้ว่าผลกำไรขาดทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการคาดการณ์ราคาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนโครงสร้างการซื้อขายและการบริหารต้นทุนด้วย
ไฮเปอร์ลิควิดบันทึกประวัติการซื้อขายไว้บนบล็อกเชน นักวิจัยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวทำให้ติดตามรูปแบบการซื้อขายและต้นทุนของแต่ละกระเป๋าเงินได้ง่ายกว่าการวิเคราะห์ตลาดซื้อขายแบบดั้งเดิม
แม้ข้อมูลบนบล็อกเชนจะช่วยวิเคราะห์ช่วงเวลาการซื้อขายและพฤติกรรมการส่งคำสั่งได้ แต่ที่อยู่กระเป๋าเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันตัวตนจริงของผู้เข้าร่วมตลาด การตีความเทรดเดอร์ฟรอนต์เอนด์ว่าเป็นนักลงทุนรายย่อยจึงเป็นการจำแนกตามรูปแบบการซื้อขาย
ไฮเปอร์ลิควิดเป็นระบบนิเวศการซื้อขายแบบกระจายศูนย์ที่รองรับการซื้อขายอนุพันธ์บนบล็อกเชน เช่นเดียวกับที่ ผลกำไรขาดทุนของกระเป๋าเงินสำคัญที่ติดตามบนไฮเปอร์ลิควิดเคยถูกรายงานแยกต่างหาก ข้อมูลการซื้อขายสาธารณะสามารถใช้ศึกษาพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมแต่ละรายได้ แต่ผลกำไรขาดทุนของที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่งไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานของผู้เข้าร่วมตลาดทั้งหมด
โครงสร้างต้นทุนระหว่างเมกเกอร์และเทกเกอร์ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีกำหนดอายุอาจแตกต่างกันตามนโยบายค่าธรรมเนียมและสภาพคล่องของแต่ละแพลตฟอร์ม ดังนั้นผลการวิจัยนี้จึงไม่ควรถูกนำไปใช้กับแพลตฟอร์มซื้อขายแบบรวมศูนย์อื่นหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดโดยตรง
นักลงทุนไทยที่ใช้แพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ในต่างประเทศควรตรวจสอบประเภทคำสั่งซื้อขาย ค่าธรรมเนียม ค่าฟันดิง เลเวอเรจ และเงื่อนไขการชำระบัญชีแยกกัน งานวิจัยนี้ไม่ได้เสนอคำแนะนำการลงทุนเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการวิเคราะห์ช่องทางที่ต้นทุนการซื้อขายส่งผลต่อการขาดทุน
ขอบเขตการวิจัยจำกัดอยู่ที่ไฮเปอร์ลิควิด ช่วงเวลาการซื้อขาย 15 เดือนตามที่บทความกำหนด และสัญญาบางประเภท ส่วนรูปแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มซื้อขายและสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือไม่นั้น ยังต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0