การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ แต่การจ้างงานในฤดูใบไม้ร่วงอาจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในบางสาขา แทนที่จะฟื้นตัวทั่วทั้งตลาด
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน การจ้างงานเพิ่มขึ้นในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงภาคการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น แต่ลดลงในอุตสาหกรรมสารสนเทศ
การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในเดือนสิงหาคมถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง บริษัทและผู้หางานที่กลับจากวันหยุด รวมถึงการเร่งดำเนินงานตามเป้าหมายสิ้นปี อาจทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล คอลลีน พอลสัน (Colleen Paulson) โค้ชด้านอาชีพ กล่าวว่า “ไม่ว่าสถานการณ์ตลาดจะเป็นอย่างไร ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นการจ้างงานเพิ่มขึ้น” ความเห็นดังกล่าวสะท้อนว่าปัจจัยตามฤดูกาลอาจช่วยหนุนการจ้างงานในระยะสั้น
อแมนดา ออกัสติน (Amanda Augustine) โค้ชด้านอาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนเรซูเม่ คาดว่าการจ้างงานในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้จะใกล้เคียงกับ ‘การเพิ่มขึ้นเล็กน้อย’ มากกว่า ‘การพุ่งขึ้น’ โดยการรับคนอาจมุ่งไปที่ผู้สมัครซึ่งมีทักษะสำหรับแก้โจทย์ทางธุรกิจเฉพาะด้าน
ออกัสตินกล่าวว่า “บริษัทต่าง ๆ กำลังมองหาผู้สมัครที่มีทักษะซึ่งยังขาดอยู่และจำเป็นต่อการทำโครงการให้เสร็จหรือบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ” เธอเสริมว่า แม้บางสาขาจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดแรงงานจะสะดวกขึ้นสำหรับผู้หางานทุกคน
รูปแบบดังกล่าวเข้าข่าย ‘การจ้างงานตามทักษะ’ ซึ่งบริษัทกำหนดทักษะที่จำเป็นก่อน แล้วจึงคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถตรงกับงาน แทนการเพิ่มจำนวนพนักงานโดยรวม
อัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยที่อาจกระทบแผนการจ้างงานของบริษัท ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลางขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์เป็น 3.75-4.00% เมื่อวันที่ 16 กันยายน ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 และ Fed ระบุว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทและครัวเรือน หากต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น บริษัทอาจระมัดระวังมากขึ้นต่อการรับพนักงานใหม่และการขยายธุรกิจ
แอนเน็ต การ์สเทค (Annette Garsteck) โค้ชด้านอาชีพในเขตคลีฟแลนด์ กล่าวว่า “บริษัทต่าง ๆ อาจเลื่อนตำแหน่งงานที่ประกาศไว้แล้ว หรือระงับการจ้างงานและเลื่อนการพิจารณาไปเป็นปีหน้า” ความเห็นนี้ชี้ว่าดอกเบี้ยอาจทำให้บริษัทชะลอการตัดสินใจ แม้จะมีตำแหน่งงานเปิดรับอยู่
การเลือกตั้งกลางเทอมก็อาจส่งผลต่อท่าทีของบริษัทต่อการจ้างงาน ออกัสตินกล่าวว่า บริษัทอาจหยุดรับความเสี่ยงด้านการจ้างงานชั่วคราวจนกว่าจะประเมินผลกระทบของผลการเลือกตั้งต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว บริษัทสหรัฐฯ ประกาศลดพนักงาน 153,074 คน เพิ่มขึ้น 183% จากเดือนก่อน และเป็นจำนวนสูงสุดของเดือนตุลาคมนับตั้งแต่ปี 2003 ตามข้อมูลของ Challenger, Gray & Christmas
พอลสันกล่าวว่า คนทำงานยังมีความกังวลเรื่องการเลิกจ้างในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ขณะที่ออกัสตินมองว่า ความเป็นไปได้ที่การลดพนักงานครั้งใหญ่จะเกิดซ้ำในเดือนตุลาคมปีนี้อยู่ในระดับต่ำ เพราะบริษัทต่าง ๆ ใช้ความระมัดระวังในการจ้างงานมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันให้ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรอาจปรากฏผ่านวิธีอื่นนอกเหนือจากการเลิกจ้าง พอลสันกล่าวว่า บริษัทอาจลดสวัสดิการพนักงาน เช่น การลาคลอดบุตรหรือประกันสุขภาพ
สำหรับผู้หางาน มีคำแนะนำให้ตั้งค่าการแจ้งเตือนตำแหน่งงานและสมัครภายใน 24 ชั่วโมงหลังประกาศใหม่ ส่วนคนทำงานที่กังวลเรื่องการเลิกจ้างควรเก็บเรซูเม่และข้อมูลผลงานไว้ล่วงหน้า โดยการ์สเทคแนะนำให้ใช้การแนะนำตัวและการบอกต่อจากคนรู้จักด้วย
ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แสดงการเติบโตผ่านตัวเลขเดือนสิงหาคม แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากการขึ้นดอกเบี้ยและการจ้างงานแบบคัดเลือก ทิศทางการจ้างงานในฤดูใบไม้ร่วงจะต้องติดตามผ่านประกาศรับคนเพิ่มเติมและการประกาศลดพนักงานของบริษัทต่าง ๆ
ความคิดเห็น 0