แม้ธนาคารจะมีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอ แต่เหตุขัดข้องทางเทคโนโลยีหรือการโจมตีทางไซเบอร์ก็อาจทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่จำเป็นไม่ได้ โรหิต เชน (Rohit Jain) รองผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ระบุว่า ความยืดหยุ่นของระบบเทคโนโลยี ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นในธนาคาร
เชนกล่าวในการประชุม SBI Banking and Economics Conclave ครั้งที่ 13 ที่เมืองมุมไบ เมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า “สถาปัตยกรรมด้านเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นสถาปัตยกรรมด้านความเสี่ยงของธนาคาร” ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เผยแพร่คำกล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม
เขาอธิบายว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม ส่วนข้อมูลและเทคโนโลยีวิเคราะห์ช่วยลดต้นทุนในการรวบรวมข้อมูลและตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ยิ่งบริการทางการเงินพึ่งพาระบบเทคโนโลยีมากขึ้น ความเสี่ยงที่เหตุขัดข้องหรือการโจมตีทางไซเบอร์จะขัดขวางการเข้าถึงบริการของลูกค้าก็ยิ่งสูงขึ้น เขาเน้นว่าควรมองการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง เพื่อคุ้มครองความต่อเนื่องของบริการ ความเชื่อมั่น และเสถียรภาพทางการเงิน
เชนระบุว่า AI อาจช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล แต่ธนาคารควรวางระบบธรรมาภิบาลก่อนขยายการใช้งาน คำกล่าวครั้งนี้เสนอแนวทางให้ธนาคารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี โดยไม่ได้ประกาศข้อกำกับเฉพาะหรือกำหนดเวลาบังคับใช้
คำกล่าวระบุว่า ระบบ Unified Payments Interface (UPI) ของอินเดียประมวลผลธุรกรรม 24.9 พันล้านรายการในเดือนสิงหาคม 2026 ขณะที่สถิติรายเดือนของบรรษัทการชำระเงินแห่งชาติอินเดีย (NPCI) ระบุปริมาณธุรกรรมในเดือนเดียวกันไว้ที่ 24,508.96 ล้านรายการ ตัวเลขจากทั้งสองแหล่งไม่ตรงกัน และไม่มีคำอธิบายถึงหลักเกณฑ์การนับหรือสาเหตุของความแตกต่าง
ความคิดเห็น 0