การส่งออกน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัวในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ 81% ของระดับก่อนสงคราม แต่เชื้อเพลิงกลั่นและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ฟื้นตัวเพียง 60% การส่งออกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าอุปทานเชื้อเพลิงกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ข้อมูลของ Vortexa ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบ คอนเดนเสท เชื้อเพลิงกลั่น และ LPG จากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต อิรัก กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน เฉลี่ยอยู่ที่ 19.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน คิดเป็น 81% ของระดับก่อนสงครามที่ 23.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่รวมอิหร่าน
การฟื้นตัวแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า การส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทเพิ่มขึ้นเป็น 16.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 91% ของระดับก่อนสงคราม ขณะที่เชื้อเพลิงกลั่นและ LPG อยู่ที่ 60% ของระดับก่อนสงครามซึ่งอยู่ที่ 7.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากดูเฉพาะอัตราฟื้นตัวของปริมาณรวม ภาวะซบเซาของการส่งออกเชื้อเพลิงอาจถูกบดบัง
การส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากซาอุดีอาระเบียเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการฟื้นตัว Kpler ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียเพิ่มจาก 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม เป็น 6.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน Kpler ประเมินว่า การส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียโดยไม่รวมอิหร่านกลับมาแตะระดับก่อนสงครามในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้นับเฉพาะน้ำมันดิบ จึงไม่สามารถนำไปเทียบโดยตรงกับตัวชี้วัดของ Vortexa ที่รวมเชื้อเพลิงด้วย
เส้นทางการส่งออกก็เปลี่ยนไปเช่นกัน Kpler ระบุว่า ในเดือนกันยายน การส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียโดยไม่รวมอิหร่านอยู่ที่อย่างน้อย 16.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย 40% ถูกส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและ UAE โดยไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันบางส่วนที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกถ่ายลำไปยังเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่นในอ่าวโอมาน ก่อนเดินทางต่อในระยะไกล
Kpler อธิบายว่า ในเดือนสิงหาคม น้ำมันดิบมากกว่า 70% ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกถ่ายลำระหว่างเรือนอกช่องแคบ การถ่ายลำคือการเคลื่อนย้ายสินค้าจากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำกลางทะเล ท่อส่งที่ใช้เลี่ยงเส้นทางและการถ่ายลำช่วยให้การส่งออกดำเนินต่อได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขด้านโลจิสติกส์กลับมาเหมือนช่วงก่อนสงคราม
แคลร์ จุงแมน(Claire Jungman) นักวิเคราะห์ของ Vortexa กล่าวในรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ว่า ปริมาณการขนส่งรายวันมีความผันผวนมากกว่าก่อนสงครามอย่างชัดเจน และประเด็นสำคัญคือระดับการส่งออกในช่วงล่าสุดจะคงอยู่ได้หรือไม่ การโจมตีเรือและข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไป
Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลเบื้องต้นอีกชุดของ Kpler ว่า ในช่วง 14 วันของเดือนกันยายน ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียสูงกว่าระดับก่อนสงคราม ตัวเลขนี้นับเฉพาะน้ำมันดิบ จึงต่างจากอัตรา 81% ซึ่งคำนวณจากปริมาณเชื้อเพลิงรวมตลอดทั้งเดือน การส่งออกน้ำมันดิบฟื้นตัวแล้ว แต่การส่งออกเชื้อเพลิงกลั่นและ LPG ยังต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม
ความคิดเห็น 0