Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักลงทุนรายใหญ่ดันอีเธอเรียม(ETH)แตะ 24.3 ล้านเหรียญ เชื่อสถาบันกำลังเปลี่ยนโฉมตลาดคริปโต

นักลงทุนรายใหญ่ดันอีเธอเรียม(ETH)แตะ 24.3 ล้านเหรียญ เชื่อสถาบันกำลังเปลี่ยนโฉมตลาดคริปโต / Tokenpost

นักลงทุนระยะยาวยังคง ‘มั่นใจ’ ในอีเธอเรียม(ETH) อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล On-chain ล่าสุดเผยว่าที่อยู่เก็บสะสมหรือ ‘accumulation addresses’ ซึ่งไม่เคลื่อนไหวหรือขายเหรียญมาเป็นเวลานาน มีการถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 24.3 ล้านอีเธอเรียม ซึ่งมากกว่าช่วงก่อนที่จะมีการอนุมัติ ETF อ้างอิงอีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคม ถึงกว่า 3 เท่า การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนถึงแรงซื้อจากสถาบันที่กำลัง ‘เปลี่ยนโครงสร้างตลาด’ ของอีเธอเรียม

บูรัค เคสมซี(Burak Kesmeci) นักวิเคราะห์จากบริษัทข้อมูลบล็อกเชนชื่อว่า CryptoQuant ระบุว่า ที่อยู่สำหรับการสะสมมีจำนวนโทเคนเพิ่มขึ้นจาก 8.9 ล้าน ETH เป็น 24.3 ล้าน ETH ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมามีการไหลเข้ามากกว่า 500,000 ETH ต่อวันเข้าสู่ที่อยู่เหล่านี้ และราคาต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครองอยู่ที่ประมาณ 2,500 ดอลลาร์ หรือราว 3.47 ล้านบาท เทียบกับราคาตลาดปัจจุบันที่ 4,330 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.02 ล้านบาท) คิดเป็นกำไรจากการถือครองประมาณ 80% *ความคิดเห็น: ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการเก็งกำไรที่ ‘มั่นคง’ พอสมควรของนักลงทุนกลุ่มนี้*

ในขณะเดียวกัน กระแสเงินลงทุนจากตลาด ETF ก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่อีเธอเรียม JA มาร์ทุน(JA Maartun) นักวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัลระบุว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ETF อีเธอเรียมมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 4 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.56 แสนล้านบาท) ขณะที่ ETF บิตคอยน์(BTC) มีเงินทุนไหลออก 920 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.28 แสนล้านบาท) ซึ่งสะท้อนว่า ‘นักลงทุนกำลังเพิ่มสัดส่วนอีเธอเรียมในพอร์ตลงทุน’ เพื่อท้าทายการครอบงำของบิตคอยน์

ข้อมูลจากรายงานล่าสุด ยังเปิดเผยว่าสถาบันขนาดใหญ่กำลังกว้านซื้ออีเธอเรียมอย่างจริงจัง บริษัทเหมืองคริปโตชื่อดัง บิทมายน์(BitMine) ครอบครองเหรียญ ETH มากกว่า 1.7 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลบล็อกเชน อาคม(Arkham) ยังระบุว่า มีนักลงทุนรายใหญ่ 9 รายได้ซื้อ ETH รวมกันมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.95 หมื่นล้านบาท) ผ่านบริการของบริษัท BitGo และ Galaxy Digital

การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายก็มีผลต่อความมั่นใจเช่นกัน ซีอีโอของบริษัทกองทุนชื่อแวนเอค(VanEck) อย่าง แยน ฟาน เอค(Jan van Eck) แสดงความคิดเห็นว่า ภายใต้ร่างกฎหมาย GENIUS ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งผ่าน อีเธอเรียมมีโอกาสกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบธนาคารที่รองรับสเตเบิลคอยน์ ซึ่งอาจทำให้อีเธอเรียมกลายเป็น ‘โทเคนยุทธศาสตร์’ บนวอลล์สตรีทได้ในอนาคต

แม้ราคาจะเคลื่อนไหวสูง แต่แนวโน้มรายปีค่อนข้างแข็งแกร่ง ปัจจุบันอีเธอเรียมมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4,329 ดอลลาร์ โดยลดลงจากวันก่อน 5.7% และลดลง 6.8% ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคายังเพิ่มขึ้น 13.6% ในหนึ่งเดือน และมากถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว *ความคิดเห็น: แม้จะมีแรงเทขายในระยะสั้น แต่ตลาดยัง ‘เชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาว’ ของอีเธอเรียมมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ*

ปิดท้ายด้วยการคาดการณ์จากแมทริกซ์พอร์ต(Matrixport) ที่ระบุว่า ในระยะสั้นอีเธอเรียมจะอยู่ในช่วงราคาประมาณ 4,355–4,958 ดอลลาร์ (หรือราว 6.06–6.9 ล้านบาท) และหากทะลุแนวต้านสูงสุดไปได้ ก็มีโอกาสเคลื่อนไหวขึ้นแรงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเตือนว่า หากแนวโน้มการสะสมของนักลงทุนรายใหญ่เริ่มชะลอตัว ความเสี่ยงต่อการ ‘ร่วงแรง’ ก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1