บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญกับช่วงพักตัว หลังจากราคากลับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุดร่วงลงมากกว่า 6% ภายในสัปดาห์เดียว เหลือเพียงราว 108,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดคริปโต ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า *บิตคอยน์อาจแตะจุดสูงสุดของตลาดขาขึ้นไปแล้ว*
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ คลาร์ก เผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มปรับฐานลงไปถึงระดับ 90,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.25 ล้านบาท โดยเตือนว่า *ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการล่มสลาย* พร้อมประเมินว่า *มีแรงขายจากวาฬคิดเป็นมูลค่าราว 2.7 หมื่นล้านบาท* ที่เป็นตัวจุดชนวนของภาวะ *Forced Liquidation* และสร้างความเสียหายกว่า 1.25 หมื่นล้านบาทในตลาดอนุพันธ์
คลาร์กยังระบุอีกว่า สัญญาณของกลยุทธ์การถอนทุนจากสถาบันอย่าง แบล็คร็อก เริ่มปรากฏชัดเจน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยยังคงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาเรียกสถานการณ์เช่นนี้ว่า *บทเรียนจาก "จุดสูงสุดของวัฏจักร"* โดยชี้ถึง *การลดลงของปริมาณซื้อขาย, ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และจำนวนบิตคอยน์บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น* ว่าเป็นสัญญาณเตือนก่อนขาลงรอบใหญ่
จากข้อมูลในอดีตเกี่ยวกับวัฏจักร *Bitcoin Halving* ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา คลาร์กคาดการณ์ว่า *ตลาดจะเข้าสู่ภาวะ “Bull Trap” สุดท้ายภายใน 30 วัน* ก่อนเข้าสู่ช่วงขาลงรุนแรง อย่างไรก็ตาม 'ดร.โปรฟิต' นักวิเคราะห์อีกรายหนึ่งก็เห็นสอดคล้องกัน โดยชี้ว่า *สัญญาณ Bearish Divergence ปรากฏเด่นชัดในกราฟรายสัปดาห์*
ปัจจุบันราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ 124,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.72 ล้านบาท ราว 12% ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับการสิ้นสุดของวัฏจักรตลาดกลับมาอีกครั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์ 'คริปโตเบิร์บ' ให้ข้อมูลว่า *ขณะนี้วัฏจักรตลาดดำเนินไปแล้วกว่า 93%* และเข้าสู่ขั้นตอนจบเกมซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ซึ่ง *สอดคล้องกับคำเตือน 30 วันของคลาร์ก* ทำให้เกิดกระแสถกเถียงในหมู่นักลงทุน
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่มองตลาดในแง่ลบ ‘มิสเตอร์วอลสตรีท’ เทรดเดอร์สายมองขาขึ้น มองว่า *กลุ่มนักวิเคราะห์สายหมีอาจดีใจเร็วเกินไป* พร้อมคาดการณ์ว่าบิตคอยน์จะพุ่งไปถึง 145,000 ดอลลาร์ หรือราว 2 ล้านบาท ก่อนที่จะเข้าสู่การปรับฐานที่แท้จริง ขณะที่อีกเสียงหนึ่งจากอินฟลูเอนเซอร์ คายล์ ชาเซ มองว่า *อุปสงค์ของ ETF และเงินทุนจากสถาบันจะผลักดันราคาบิตคอยน์ขึ้นไปสู่ 190,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.64 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 3 นี้*
ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างทั้งฝั่งบวกและลบ *ช่วงเวลา 30 วันข้างหน้าจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางตลาด* นักลงทุนจึงต้องจับตาว่าการขายจากวาฬ การล้างพอร์ตจากการใช้เลเวอเรจ และการถอนตัวของสถาบัน จะกลายเป็นตัวเร่งให้ตลาดเข้าสู่ขาลงหรือเป็นเพียงการสะสมพลังเพื่อกลับตัวอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0