เติร์กเมนิสถาน ซึ่งเคยถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ปิดกั้นมากที่สุดในโลก ได้ออกกฎหมายรับรอง ‘การขุด’ และ ‘ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล’ อย่างเป็นทางการ หมายความว่าประเทศในเอเชียกลางแห่งนี้ได้เริ่มก้าวแรกสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แม้จะยังคงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ตและการควบคุมจากภาครัฐอย่างเข้มงวด
เมื่อวันที่ 24 ประธานาธิบดี เซอร์ดาร์ เบอร์ดิ มูฮาเมดอฟ ลงนามในกฎหมายใหม่ที่อนุญาตให้ชาวเติร์กเมนิสถานสามารถ ‘ขุด’ และ ‘ซื้อขายคริปโต’ ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยสกุลเงินดิจิทัลจะถูกจัดประเภทเป็น ‘ทรัพย์สินตามกฎหมายแพ่ง’ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางจะเป็นผู้ควบคุมการดำเนินงานของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตผ่านระบบใบอนุญาต ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลจะยังไม่สามารถใช้เป็น ‘สื่อกลางในการชำระเงิน’ ได้
กล่าวคือ บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) สามารถซื้อขายภายใต้กฎหมายได้แล้ว แต่ไม่สามารถใช้จ่ายในร้านค้า หรือซื้อของออนไลน์ได้โดยตรง การห้ามใช้เป็นเครื่องมือการชำระเงินดังกล่าว สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการปกป้องเสถียรภาพของสกุลเงินประจำชาติ ‘มานัต’ และสกัดกั้นความเสี่ยงจากการฟอกเงิน
แม้จะมีกฎหมายรองรับ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าสภาพแวดล้อมทางอินเทอร์เน็ตที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมจากรัฐในระดับสูง อาจทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มซื้อขายได้อย่างสะดวก ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตในเติร์กเมนิสถานถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และการเข้าถึงข้อมูลภายนอกประเทศยังจำกัดอย่างมาก
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวของรัฐบาลเติร์กเมนิสถาน ที่ต้องการลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกก๊าซธรรมชาติ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคเศรษฐกิจดิจิทัลแบบครอบคลุม ล่าสุดยังมีโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซเชื่อมโยงระหว่างอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย รวมถึงการยกระดับระบบราชการด้วยแนวทางดิจิทัล
นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนจะเปิดตัวระบบ ‘วีซ่าออนไลน์’ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดข้อจำกัดด้านการเดินทางของชาวต่างชาติ สะท้อนการเปิดประเทศทีละขั้นหลังปิดตัวมานานหลายทศวรรษ ทั้งนี้ เติร์กเมนิสถานประกาศตัวเป็นประเทศเป็นกลางถาวรตั้งแต่ปี 1995 ภายหลังจากการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตในปี 1991 และอยู่ภายใต้การปกครองแบบรวมศูนย์มาอย่างยาวนาน
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างคีร์กีซสถาน ก็เริ่มเดินหน้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้นเช่นกัน โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับบริษัทไบแนนซ์ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบล็อกเชน และการส่งเสริมบุคลากรในภาคคริปโตเพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค
‘ความเห็น’ การออกกฎหมายของเติร์กเมนิสถานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระแสในแถบเอเชียกลางที่เริ่มยอมรับและวางรากฐานสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในระบบอินเทอร์เน็ต ยังต้องใช้เวลาและการดำเนินนโยบายร่วมเพิ่มเติม ก่อนที่คริปโตจะสามารถฝังรากลงในการใช้งานจริงของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ความคิดเห็น 0