บิตคอยน์(BTC) เปิดตลาดปี 2026 ด้วยกระแสเชิงบวก โดยในวันแรกของการซื้อขายเมื่อวันที่ 2 ราคาพุ่งขึ้นแตะ 88,574 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.28 ล้านบาท) สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มฟื้นตัว ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะฮ่องกงและเกาหลีใต้ ก็เปิดตลาดแข็งแกร่งจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งนี้ ตลาดญี่ปุ่นและจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงปิดทำการ ส่งผลให้สภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ
ท่ามกลางภาวะดังกล่าว บิตคอยน์เริ่มมีแรงส่งเชิงบวกอีกครั้งหลังผ่านช่วงความผันผายช่วงปลายปี นักวิเคราะห์จากมูดเดร็กซ์ (Mudrex) เปิดเผยว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ปริมาณบิตคอยน์ในมือของนักลงทุนระยะยาว (Long-term holder) เพิ่มขึ้นราว 17,000 เหรียญ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกครั้งแรกในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังกลับมา
นอกจากนี้ ยังพบว่าการ ‘ถอนเหรียญออกจากตลาดซื้อขาย’ ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งลดแรงกดดันต่อฝั่งขาย หากราคาทะลุแนวต้านสำคัญที่ 89,500 ดอลลาร์ (1.29 ล้านบาท) ได้ ก็มีโอกาสพุ่งสู่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ (1.44 ล้านบาท) ในทางกลับกัน ระดับ 87,000 ดอลลาร์ (1.25 ล้านบาท) ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง
การฟื้นตัวของบิตคอยน์ส่งแรงกระเพื่อมไปยังคริปโตอื่นด้วย โดยอีเธอเรียม(ETH) เพิ่มขึ้น 1.2% อยู่ที่ 3,009 ดอลลาร์ (ประมาณ 434,000 บาท) ขณะที่ริปเปิล(XRP) ขยับขึ้น 2% แตะ 1.87 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,700 บาท) ทำให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเคอร์เรนซีทะลุ 3.08 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,447 ล้านล้านบาท) สะท้อนว่า ‘บรรยากาศเชิงบวก’ จากปลายปียังคงต่อเนื่องมาถึงปีนี้
ด้านตลาดฟิวเจอร์สของหุ้นสหรัฐก็ขยับขึ้นเช่นกัน โดย S&P500 เพิ่มขึ้น 0.29% และแนสแด็กบวก 0.36% นักวิเคราะห์หลายรายเริ่มจับตาว่า ‘แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี’ ที่ครองปี 2025 อาจยังขยายต่อในปี 2026 โดยมีปัจจัยสำคัญอยู่ที่กำไรของบริษัทจะสามารถ ‘หนุนมูลค่าหุ้นที่อาจเกินจริง’ ได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านนโยบายยังไม่หมดไป โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และปัจจัยทางการเมือง ล่าสุด ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยเดือนมกราคมเหลือเพียง 15% และแม้กระทั่งกลางปี ก็มีโอกาสลดเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเลื่อนรายงานเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ จากภาวะ ‘ชัตดาวน์’
ทางการเมือง ตลาดให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ แทนเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความผันผวนในตลาดอีกระลอก
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดโลหะมีค่าก็เคลื่อนไหวในทางเดียวกัน โดยราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.9% แตะ 4,351.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 627,000 บาท) และราคาซิลเวอร์ขยับขึ้น 2% แตะ 72.63 ดอลลาร์ (ประมาณ 104,700 บาท) การปรับขึ้นของราคาทองและเงินมาจาก ‘ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ย’ บวกกับ ‘ความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์’ และ ‘ความนิยมในสินทรัพย์ปลอดภัย’ ที่เพิ่มขึ้น
‘ราคาดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง’ จนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนสินทรัพย์ทางเลือก เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ทองคำ และโลหะมีค่า ให้ยังคงเดินหน้าต่อไปในบรรยากาศที่เปราะบางเช่นนี้
*ความคิดเห็น: ความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ในวันแรกของปี ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อจังหวะของปี 2026 แต่การจับตาการสับเปลี่ยนผู้นำเฟดโดยทรัมป์ กับสัญญาณกดดันต่อการลดดอกเบี้ยที่น้อยลง อาจทำให้เดือนมกราคมเป็นบททดสอบสำคัญของตลาดคริปโต*
ความคิดเห็น 0