เครือข่ายบล็อกเชนสำหรับสถาบันการเงิน ‘แคนตัน(Canton)’ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ท่ามกลางกระแสการนำ ‘สินทรัพย์จริง(RWA)’ มาใช้ในตลาดคริปโต โดยแคนตันได้แสดงถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการประมวลผลสินทรัพย์จริงมากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 เพียงช่วงเดียว แคนตันรองรับการซื้อขายพันธบัตรสหรัฐเฉลี่ยวันละ 3,500,000,000,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณของการเติบโตอย่างมั่นคงในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบบล็อกเชน
แคนตันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการซื้อขายระหว่างสถาบันการเงิน โดยเน้นความปลอดภัย การทำงานร่วมกัน และการปกป้องความเป็นส่วนตัว หนึ่งในการพัฒนาใหญ่คือในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระบบอนุญาตให้โอนโทเคนได้ และราคาโทเคนซึ่งเคยร่วงลงกว่า 50% ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นมาแล้วกว่า 47.6% ในระยะเวลา 1 เดือน
โครงการแคนตันเป็นที่ยอมรับในหมู่สถาบันชั้นนำระดับโลก เช่น บรอดบริดจ์(Broadridge Financial Solutions) ผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ในตลาดโลก ดำเนินแพลตฟอร์ม ‘รีโปแบบบัญชีแยกประเภทกระจายศูนย์’ โดยใช้แคนตันเป็นพื้นฐาน รองรับธุรกรรมรีโปรายเดือนกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับทางแนสแด็กเพื่อเชื่อมต่อระบบ ‘แคลิปโซ(Calypso)’ สำหรับบริหารหลักประกันอัตโนมัติ ขณะที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กลางสหรัฐ (DTCC) ก็กำลังทดสอบออกพันธบัตรรัฐบาลบางส่วนบนแคนตันในรูปแบบโทเคน หากได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ อาจลดระยะเวลา T+2 ในการชำระบัญชี ให้เป็นแบบเรียลไทม์ได้
อีกปัจจัยหนุนราคาคือการใช้ประโยชน์และการเผาโทเคน CC ของแคนตัน โดยโทเคนนี้ทำหน้าที่เป็นค่าธรรมเนียม และระบบจะทำการ ‘เผาโทเคน’ ตามปริมาณการใช้งานโดยอัตโนมัติ ในช่วง 20 วันที่ผ่านมา มีการเผาโทเคนเฉลี่ยวันละ 6.71 ล้าน CC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 627,000 ดอลลาร์ หรือราว 9 ล้านบาท โดยมีบางวันพีคถึง 850,000 ดอลลาร์
หากเปรียบเทียบกับบล็อกเชนอย่างโซลานา(SOL) ซึ่งมีรายได้จากค่าธรรมเนียมรายวันราว 670,700 ดอลลาร์ แต่อัตรามูลค่ารวมของโทเคนแบบ Fully Diluted Valuation (FDV) ของโซลานากลับสูงกว่าแคนตันถึง 16 เท่า จึงมีบางมุมมองที่ชี้ว่าแคนตันอาจยัง ‘ราคาต่ำกว่าที่ควร’
จากข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แคนตันมีผู้ใช้งานประจำเฉลี่ยวันละ 28,500 ราย และปริมาณธุรกรรมกว่า 678,300 รายการต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับระบบบล็อกเชนหน้าใหม่อย่าง 'โทน(TON)' หรือ 'โมนาดา(Monad)'
อีกประเด็นที่กำลังเป็นกระแสคือการเปิดตัวของโทเคน ‘LIT’ โดยแพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ ‘ไลเตอร์(Lighter)’ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีทั้งการแจกโทเคนแบบแอร์ดรอปและเปิดเทรดพร้อมกัน โทเคน LIT มีทั้งหมด 1,000,000,000 เหรียญ โดยใส่เข้าสู่การหมุนเวียนเริ่มต้น 25% หรือ 250,000,000 เหรียญ
Lighter มีข้อแตกต่างที่ชัดเจนในส่วนโครงสร้างรายได้ โดยเลือกใช้รูปแบบกิจการแบบ C-Corp ในสหรัฐ เพื่อให้อ้างอิงรายได้จากแพลตฟอร์มจริงสู่บล็อกเชนแบบโปร่งใส โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกจัดการบนเชนและเชื่อมโยงกับมูลค่าโทเคน LIT โดยตรง แม้โครงสร้างจะตั้งอยู่บนต้นทุน แต่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าใช้จ่าย
มูลค่า FDV ของ Lighter อยู่ที่ราว 2.7 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.9 แสนล้านบาท ส่วนมูลค่าตลาดตามจำนวนโทเคนที่หมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ โครงสร้างนี้ใกล้เคียงกับแพลตฟอร์ม Hyperliquid ซึ่งเป็น DEX รายใหญ่ Lighter มีตัวคูณ FDV/รายได้แบบรายปีอยู่ที่ 26.6 เท่า ขณะที่ Hyperliquid อยู่ที่ 29.9 เท่า อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าธรรมเนียมใน 30 วันล่าสุดของ Lighter อยู่ที่เพียง 8.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Hyperliquid ทำได้ถึง 66.8 ล้านดอลลาร์
*คำสำคัญ: สินทรัพย์จริง(RWA), แคนตัน(Canton), โทเคน CC, ไลเตอร์(Lighter), โทเคน LIT, บล็อกเชนสำหรับสถาบันการเงิน*
ความคิดเห็น: แคนตันกำลังพิสูจน์ตัวเองในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการเงินยุคใหม่ที่เข้ารูปกับคำว่า ‘การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนสู่โลกจริง’ อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน Lighter กำลังทดลองโมเดลเชื่อมโยงรายได้บนเชนแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งหากสำเร็จอาจกลายเป็นต้นแบบให้กับโปรเจกต์ DEX อื่นในอนาคต
ความคิดเห็น 0