Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตไวซ์ยื่นขอ ETF อัลท์คอยน์ 11 รายการ ท้าทายอำนาจบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH)

บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ได้สร้างรากฐานมั่นคงในตลาดกองทุน ETF แล้ว ล่าสุดบริษัทจัดการสินทรัพย์สัญชาติสหรัฐอย่างบิตไวซ์(BITWISE) ได้ยื่นขออนุมัติกองทุน ETF สำหรับอัลท์คอยน์เพิ่มอีก 11 รายการในคราวเดียว ถือเป็นการท้าทายขอบเขตที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) กำหนดไว้ และส่งสัญญาณการขยายตัวของตลาด ETF ไปสู่หลากหลายกลุ่มคริปโตอย่างชัดเจน

ตามรายงานเมื่อวันที่ 24 บิตไวซ์ได้ยื่นขอจดทะเบียนกองทุน ETF แบบถือครองสินทรัพย์เดี่ยวกับทาง SEC ทั้งหมด 11 รายการ โดยเตรียมนำจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก Arca ภายใต้กองทุนแม่ที่ชื่อว่า ‘บิตไวซ์ฟันด์ทรัสต์’ (Bitwise Funds Trust)

กองทุนชุดดังกล่าวครอบคลุมเหรียญหลากหลายประเภท ได้แก่ AAVE, ยูนิสวอป(UNI), ซูอิ(SUI), แซดแคช(ZEC), เนียร์โพรโตคอล(NEAR), ทรอน(TRX), สตาร์คเน็ต(STRK), เอเธนา(ENA), ทาว(TAO), ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) และ CC ของแคนตันเน็ตเวิร์ก โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มดีไฟ(Layer 1), โทเคน AI, และเหรียญเน้นความเป็นส่วนตัว

กองทุน ETF เหล่านี้ใช้โครงสร้างที่ให้ถือครองสินทรัพย์จริงได้สูงสุดถึง 60% ส่วนที่เหลืออีกอย่างน้อย 40% จะบริหารผ่านอนุพันธ์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงโทเคน ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมใช้ใน ETF สินค้าโภคภัณฑ์

"ความคิดเห็น" นักวิเคราะห์ตลาดต่างมองว่าบิตไวซ์กำลังพยายามใช้กลยุทธ์ 'ความได้เปรียบจากการเป็นรายแรก' เพื่อชิงพื้นที่ในตลาด ETF ที่แข่งขันกันสูงในขณะนี้ โดยเอริก บาลชูนาส (Eric Balchunas) นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ได้โพสต์บน X ว่า “เงินและ ETF ไม่มีวันหลับ” พร้อมระบุว่า ETF ชุดนี้อาจมีผลบังคับใช้ชั่วคราวภายในวันที่ 16 มีนาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมและชื่อย่อของแต่ละกองทุนยังไม่เปิดเผย

การยื่นขอ ETF ครั้งนี้สะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการลงทุนในอัลท์คอยน์ที่หลากหลาย ซึ่งต่างจากแนวโน้มเดิมที่ตลาด ETF เน้นเฉพาะบิตคอยน์และอีเธอเรียมเท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มขยายไปยังเหรียญยอดฮิตอย่างโซลานา(SOL) และริปเปิล(XRP)

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย CoinShares ระบุว่า ETF ที่อ้างอิงโซลานา ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 แสนล้านบาท) ภายในกลางเดือนธันวาคม ขณะที่กองทุน ETF ของริปเปิลไม่เคยมีเงินไหลออกตั้งแต่เริ่มต้น และยอดรวมเงินทุนสะสมทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.44 แสนล้านบาท) กลายเป็นหนึ่งใน ETF สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสถียรที่สุดในตลาด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นักลงทุนกำลังมอง ETF อัลท์คอยน์เป็นเครื่องมือเก็บสะสมสินทรัพย์ระยะยาว ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไรในระยะสั้นอีกต่อไป ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ นี้เสริมภาพ ETF เป็นเครื่องมือการลงทุนที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของการเพิ่มผลิตภัณฑ์ ETF อัลท์คอยน์ยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ SEC ความชัดเจนเกี่ยวกับการอนุมัติจะมีผลต่อทั้งทิศทางตลาดและการเปิดประตูให้หมวดสินทรัพย์คริปโตอื่นสามารถเข้าสู่ระบบการลงทุนในตลาดทุนได้ ‘คำสำคัญ’ นี่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่อาจเขย่าฐานอำนาจของบิตคอยน์และอีเธอเรียมในตลาด ETF อย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

เมตาแพลนเน็ตถือครองบิตคอยน์(BTC) ทะลุ 35,000 เหรียญ หลังซื้อเพิ่ม 4,279 BTC มูลค่า 6.5 พันล้านบาท

ฟราเนติกส์เลิกซื้อบิตคอยน์(BTC) หันลุยธุรกิจเสริมอาหาร IM8 หลังยอดขายทะลุ 100 ล้านดอลลาร์

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1